จิ่งเป่ยเฉินยืนอยู่ข้างหลังเธอ คอยช่วยเธอถอดชุดแต่งงานออก เธอนั่งตัวตรงและเอ่ยถาม “เมื่อครู่นี้ที่ฉีหย่วนหยางพูด นายอย่าคิดมากนะ ฉันรู้สึกว่าเขาคงคิดหาอะไรเล่นสนุก ๆ ไ ไปงั้นแหละ”
แต่ใครใช้ให้บาทหลวงพูดตั้งคำถามแบบนั้นกัน งานแต่งงานเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาสองคน และพวกเขาสองคนก็ตัดสินใจแน่นอนแล้ว ทำไมถึงต้องไปถามคนอื่นด้วยว่าคัดค้านหรือเปล่า?
ชุดแต่งงานที่คลุมตัวเธออยู่ค่อย ๆ หลุดออกมา ไม่ช้ามือที่ร้อนรุ่มก็วางไว้ที่ตัวเธอ
“ไม่ได้ กลางวันแสก ๆ คนอื่น ๆ ก็รอเราอยู่” เขาช่างหาวิธีกลั่นแกล้งเธอจริง ๆ
“ทนไม่ไหวแล้ว”
“อันที่จริงนายอดทนได้ต่างหาก เพราะ….ครั้งก่อนก็ทนไว้ได้ตั้งนาน” ขณะที่เธอกำลังพูดก็ถูกเขาโน้มตัวไปที่ข้างหน้า ไม่ช้าต้นขาของเธอที่สวมชุดแต่งงานก็ค่อย ๆ หลุดออก การเคลื่อ อนไหวที่ผ่านชุดแต่งงานคลุมไปทั่วทั้งตัวแบบนี้มองดูแล้วลำบากและเห็นไม่ชัดเท่าไร
แต่เธอก็รู้สึกตัวได้ ก่อนจะหยิบชุดเดรสสั้นสีขาวที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมาและหันหน้าไปมองเขา “กลางคืนค่อยว่ากัน!”
“ที่รัก ฉันรู้สึกว่าเธอต้องการความช่วยเหลืออยู่นะ” เขาโน้มตัวเข้ามาหาเธออีกครั้ง