ฉีเซิ่งเทียนและหลินจือเซี๋ยวทำได้เพียงแต่มองพวกเขาเดินไป น่าจะออกมาก่อน ไม่น่ามาบังเอิญเจอกันเลย
ตอนนี้ฉีเซิ่งเทียนเพียงหวังว่าหลินจือเซี๋ยวจะไม่ทิ้งคำถามที่เขาถามเมื่อครู่นี้ แม้กระทั่งเขาเองก็ไม่กล้าที่จะเตือน เพราะว่าถ้าหากเตือนหลินจือเซี๋ยวอาจจะทำให้เธอสงสัยขึ้นมาได ด้
ถึงยังไงเธอก็ยังคิดว่าเป็นเขากับเฉินเหยียน ไม่ได้คิดว่าเป็นจิ่งเป่ยเฉินกับอันโหรว ถ้าเป็นแบบนั้นเขาได้ตายแน่!
บรรยากาศภายในลิฟต์นั้นเงียบและเยือกเย็นมาก ทั้งสี่คนนั้นไม่ได้พูดอะไรเลย
เมื่อมาถึงร้านอาหารและนั่งลง บรรยากาศก็เริ่มดีขึ้น
หลินจือเซี๋ยวและอันโหรวหยิบเมนูขึ้นมาสั่งอาหาร ส่วนชายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นั้นก็ทำราวกับเจ้าของร้าน
เมื่อสั่งอาหารเรียบร้อยหลินจือเซี๋ยวก็มองไปที่อันโหรว “โหรวโหรว ผิวพรรณเธอดูดีขึ้นเยอะเลยนะ!”
ผิวพรรณของเธอ?
คงไม่ใช่เพราะเรื่องคลุมเครือภายในห้องทำงานที่ทำให้ใบหน้าเธอแดงเมื่อครู่หรอกใช่ไหม?
“ช่วงนี้นอนหลับพักผ่อนเต็มที่” เธอเกือบจะหายดีแล้ว
เกือบจะหนึ่งเดือนแล้ว หมอบอกว่าร่างกายฟื้นฟูดีมาก