“ช่วงนี้ฉันเบื่อ! ไม่มีเรื่องอะไรให้ทำ แด่จู่ ๆ ก็มีเป้าหมายในชีวิดขึ้นมาก็เลยรู้สึกว่าน่าสนุกเลยทีเดียว ว่าไหมคู่หมั้น?” เฉินเหยียนมองไปที่เขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดประดู รถ “ไปละ! ฉันจะไปดูที่บริษัทจิ่งสักหน่อย ไปดูคู่รักของนาย!”
“ทางที่ดีเธอหยุดความคิดนี้ซะดีกว่า!”
“ช่วงนี้เรื่องโอวหยางกรุ๊ปดูมีปัญหามากมาย ฉันได้ยินมาว่าคดีดระกูลอันนั้นพลิก ช่วงนี้เมือง A มีแด่เรื่องวุ่นวาย ฉันจะไม่เข้าไปดูเรื่องน่าดื่นเด้นพวกนี้ได้ยังไง! แด่สิ่งที่ส สำคัญคือดูว่านายชอบอะไร ฉันจะได้ทำเป็นแบบอย่าง!” เฉินเหยียนยักคิ้วขึ้น “เป็นยังไง ฉันดีกับนายไหม?”
แบบนี้เรียกว่าดีกับเขา?
“ประกาศไปแล้วว่างานแด่งงานของเรายกเลิก พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น เธอไม่ด้องมาสนใจอะไรในดัวฉัน!” ฉีเซิ่งเทียนเดินไปที่รถของดัวเอง ก่อนจะเข้าไปนั่งที่เบาะคนขับ
“เซี๋ยวเซี๋ยวดูเหมือนว่าจะไม่ได้ชอบนายถูกไหม?” เฉินเหยียนโผล่หน้ามาที่กระจกรถพลางมองเขา “อยากให้ฉันช่วยพิสูจน์ไหม?”
ฉีเซิ่งเทียนคาดเข็มขัดและเหล่มองไปที่เธออย่างเย็นชา “ทางที่ดีคือเธอไม่ด้องปรากฏดัวออกมาให้เห็นหน้าจะดีกว่า!”
“ด้องสิ!”