มือทั้งสองข้างของเฉาลี่เฟยนั้นดูเหมือนว่าจะไร้เรี่ยวแรง และทันใดนั้นก็หลุดจากตัวของเขา “ร้อน ร้อนมาก!”
“อย่าสิ! คุณนายโอวหยาง คุณเปิดมาขนาดนี้สายตาของผมรับไม่ได้หรอก!” ฉีเซิ่งเทียนรีบหันตัวไป รู้สึกว่ามีลมพัดผ่านเขาไป
โอวหยางลี่และเหลียนมู่ทั้งสองคนพยายามควบคุมเฉาลี่เฟย แต่ว่ากระดุมเสื้อผ้าของเธอนั้นกลับหลุดออกไปแล้ว
ด้านนี้เสียงดังโหวกเหวกโวยวาย แต่มุมอีกด้านของห้องโถงกลับเงียบสงัด
อันโหรวนั่งอยู่บนตักของจิ่งเป่ยเฉินพลางมองไปที่กลุ่มคนที่กำลังส่งเสียงดังน่ารำคาญอยู่ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ไม่รู้ว่าเพราะไมโครโฟนในมือของฉีเซิ่งเทียนหรือเปล่า เสียงที่พว วกเขาคุยกันอยู่ด้านนั้นดังเข้ามาในหูของเธอแทบจะทุกคำ
“ทั้ง ๆ ที่ฉันตรวจสอบบริษัทของเหลียนมู่แล้ว เหมือนว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทตระกูลอัน” แต่ว่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับเฉาลี่เฟยนั้นกลับเป็นเรื่องจริง
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะต้องสนใจ!
จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่ใบหน้าของเธอ เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอดูเศร้า พ่อถูกทำร้ายมาหลายปี แต่เธอก็ยังคงสงบนิ่งอยู่
เขาเจ็บปวด