“นายคิดว่าฉันจะหลงกลยอมให้นายพาฉันขึ้นไปบนห้องงั้นเหรอ?” ภายในห้องมีแต่ของน่ารังเกียจและก็คนที่น่ารังเกียจ
เธอไม่ต้องการไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว สภาพของฉีเซิ่งเทียนวันนี้ไม่มีทางยับยั้งชั่งใจได้อย่างแน่นอน
ฉีเซิ่งเทียนกระตุกมุมปากขึ้น การระมัดระวังตัวของเซี๋ยวเซี๋ยวนี้แข็งแกร่งจริง ๆ
ครั้งที่แล้วที่เขาลักพาตัวเธอไปที่โรงแรมออกจะประพฤติตัวดี ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะคิดว่าหลังจากนี้เธอจะตามเขามาที่โรงแรมอย่างอุ่นใจ
ไม่นึกเลยว่ากลับไม่มีผลอะไรเลยแบบนี้
หัวใจเขาเจ็บเหลือเกิน
ถ้ารู้แบบนี้น่าจะฉวยโอกาสครั้งนั้นจับเธอกินให้เรียบ!
ทั้งคู่เดินไปที่ลิฟต์อย่างทุลักทุเล กลิ่นแอลกอฮอล์บนตัวของฉีเซิ่งเทียนคลุ้งไปทั่วพื้นที่แคบ ๆ
หลินจือเซี๋ยวอดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ เขายังหนักได้มากกว่านี้ไหม?
“ฉีเซิ่งเทียน ตัวหนักมากเลย คุณช่วยเดินไปเองได้ไหม?” เธอรู้สึกว่าไหล่ของเธอแทบจะเคล็ดอยู่แล้ว!
ฉีเซิ่งเทียนหลับตา เปลี่ยนท่าทางกอดไปที่ด้านหลังของเธอและวางกระเป๋าบนไหล่ของเธอ แบบนี้ก็ไม่หนักแล้ว
ทันใดนั้นประตูลิฟต์ตรงหน้าก็เปิดออก ชายในชุดสูทและรองเท้าหนังเดินมาข้างหน้าเขา รองเท้าหนังนั้นเริ่มเดินเข้ามาใกล้