งที่น่ายินดีอย่างมาก
แม้ว่าเขาไม่รู้ว่าด้านในนั้นเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
“เหอะ ตามธรรมชาติแล้วก็คงไม่นานเท่าพิธีแต่งงานของประธานโอวหยางหรอก แต่ว่านานกว่างานแต่งงานของประธานอีกนะ!” ฉีเซิ่งเทียนพูดจบก็จากไป
ไม่นานรถก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่ใบหน้าที่มืดมนของจิ่งเป่ยเฉิน “ดูเหมือนว่าโอวหยางลี่จะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับพี่สะใภ้นะ”
จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่กำลังอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง
ตอนนี้เขานึกถึงวันนั้นที่เห็นอันโหรวอยู่ที่บ้านวิเวียน ตอนนั้นเธอมองเขาด้วยความเฉยชาและห่างเหิน
สายตาแบบนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา
แต่ว่ามันผ่านไปนานแล้ว และพวกเขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาก็อยู่ด้วยกัน นอกเสียจากสัปดาห์ก่อนที่จู่ ๆ ก็ตัดสินใจจะแต่งงานกัน
“หลินจือเซี๋ยวรู้เรื่องไหม?” โหรวโหรวกับหลินจือเซี๋ยวเป็นเพื่อนกัน ถ้าหากว่าหลินจือเซี๋ยวรู้แต่กลับไม่บอก
“พี่เฉิน พี่ดูผิดคนแล้ว เธอจะไปรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ถ้าหากว่าเธอรู้ละก็ ไม่มีทางปิดบังพี่หรอก!” ฉีเซิ่งเทียนเชื่อว่าหลินจือเซี๋ยวนั้นไม่รู้เรื่องนี้
ตอนที่อยู่ในงาน เมื่อเห็นว่าคนที่สวมชุดเจ้าสาวไม่ใช่อันโหรว