อหนึ่งข้างพลางยิ้มมุมปาก ดวงตามองไปที่เธออย่างยิ้มแย้ม “นี่เธอเล่นอะไรอยู่กันนะ? หรือจู่ ๆ คิดได้ว่าฉันนั้นเหมาะสมกับเธอที่สุด คิดอยากจะแต่งงานกับฉันจนอดใจไม่ไหว!”
“ฉีหย่วนหยาง นายมองข้างหน้าหน่อย!” อันโหรวตอบกลับอย่างโมโห
“เธอไม่ต้องห่วง ถ้าหากตายฉันจะจัดงานศพให้เอง เธอจะไม่เหงาตายบนถนน!” แม้ว่าเขาจะพูดไปแบบนั้น แต่ก็ยังคงหันมาหาเธอ
รถสีแดงขับแล่นมาที่คฤหาสน์บนยอดเขาด้วยความรวดเร็ว เมื่อรถจอดนิ่งสนิท อันโหรวก็เอื้อมมือไปเปิดประตูรถ
แต่กลับพบว่าเปิดไม่ออก
เธอหันหน้าไปมองฉีหย่วนหยาง เขาเลิกคิ้วขึ้นและโน้มตัวไปหาเธอ “จุ๊ ๆ เธอนี่ไม่ยุติธรรมเลย ตอนทำงานอยู่ที่บริษัทฉันด้วยสภาพใบหน้าแบบนั้นนานเท่าไรกัน! ฉันมองจนเบื่อแล้ว! พอเธอกลับมาได้ยินว่าไม่นานก็ลบเครื่องสำอางแล้ว!”
“นายสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?” เธอมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชาก่อนจะหรี่ตามองเขา หรือว่าเขาดูไม่ออกว่าตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดี?
“เธอนี่เป็นผู้หญิงที่ไร้มโนธรรมจริง ๆ ถ้าตอนนี้ไม่ใช่เพราะฉัน ตอนนี้เธอก็คงได้ไปอยู่บนรถของคนอื่นแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะวิ่งหนีจนหอบก็ได้! พูดมา! เกิดอะไรขึ้น ฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง!”
อันโหรวเอนหลังพ