ใบหน้าที่ดูหล่อเหลาได้รูป จมูกโด่งเสียขนาดนั้น แถมริมฝีปากก็บางอมชมพู และท่าทางที่ถือแก้วไวน์แบบนั้น ไม่รู้ว่าเพราะอยู่ในบาร์ด้วยหรือเปล่า แต่มองดูใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาแล้ว มันคล้ายกับคนที่เมาอยู่หน่อย ๆ เลย
แต่หลังจากนั้นจะไม่พูดจาอะไรสักคำหน่อยเลยเหรอ?
หลินจือเซี๋ยวเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร ครั้งหนึ่งเคยมีนัดบอด แต่กลับถูกปล่อยทิ้งไว้เสียอย่างนั้น ตัวเธอเองก็เคยพบเจอผู้คนมามากมาย แม้จะได้อยู่กับบิ๊กบอสและพบปะผู้คน รวมถึงเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง
แต่ก็ไม่เคยเจอใครที่หล่อแบบเขามาก่อนเลยสักครั้ง
ไม่เห็นรู้สึกเหมือนตอนอยู่กับฉีเซิ่งเทียนเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่เจอกันครั้งแรก ทำไมถึงได้รู้สึกหัวใจเต้นแรงแบบนี้
มิน่าผู้คนถึงได้ชอบมาที่บาร์กัน วันไนท์สแตนด์ก็ไม่ใช่คนหลอกลวงหรอก!
หลินจือเซี๋ยวหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง กระทั่งจู่ ๆ ได้ยินเสียงของคนตรงข้ามดังขึ้น “ผมชื่อเซว์มู่ครับ คุณชื่อ?”
เขาชื่อเซว์มู่?
หลินจือเซี๋ยวมองเขาอย่างสงบนิ่ง แสงไฟสลัวสีฟ้าที่ส่องผ่านเข้ามาตรงใบหน้าของเขา ทำให้ใบหน้านั้นหล่อเหลามากขึ้นไปอีก
โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ ต้องเป็นคนชื่อซ้ำแน่ ๆ