งเขาองอาจผึ่งผาย หน้าตาหล่อเหลาสง่างาม หลังจากผ่านการฝึกบำเพ็ญมาร้อยปี เขาก็เก็บซ่อนดวงเนตรมหามรรคาบนหน้าผากได้ในที่สุด เหลือไว้เพียงลวดลายเส้นบางๆ สีดำเส้นหนึ่งเท่านั้น เขากับเจียงเทียนมิ่งเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันเสมือนหนึ่งพี่น้องร่วมครรภ์มารดาทหารสวรรค์กับแม่ทัพสวรรค์ทั้งหลายที่เฝ้าพิทักษ์ประตูหมื่นโลกคำนับทันที เจียงอี้เป็นรัชทายาทองค์เล็กแห่งแดนสวรรค์ ส่วนเจียงเทียนมิ่งก็เป็นสามสิบหกแม่ทัพใหญ่ดาวฟ้าทหารสวรรค์พบเขาย่อมต้องคารวะเป็นธรรมดา“โลกสวรรค์ยังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างสิ่งต่างๆ อยู่ รีบไปเช่นนี้จะมิเสียเวลาฝึกบำเพ็ญเอาหรือ”เจียงอี้เอ่ยอย่างอิดออดเล็กน้อย เพราะเขากำลังฝึกวิชาอยู่ก็ถูกเจียงเทียนมิ่งลากออกมา ตัวเขาเองไม่ค่อยสนใจโลกสวรรค์เท่าไรนักเจียงเทียนมิ่งหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “โลกสวรรค์ไม่ได้ปรองดองอย่างที่คนเล่าลือกันหรอก กองกำลังแต่ละฝ่ายเริ่มต่อสู้กันทั้งในที่ลับและในที่แจ้งแล้ว เจ้าอยากใช้พรสวรรค์ของเจ้ามาตลอดมิใช่หรือ นี่ก็คือโอกาสอย่างไรเล่า เจ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วแน่”เจียงอี้ได้ยินคำนี้ก็หรี่ตาลง ประกายชั่วร้ายฉายวาบในดวงตาพรสวรรค์ในการกลืนกินพลังอาคมผู้อื่นของเขา