เพียงกะพริบตาทีเดียวก็ไม่เห็นแม้กระทั่งเงาคนแล้ว
ทางด้านอันโหรวเมื่อเห็นวิเวียนที่กำลังเดินเข้ามา เธอก็วางน้ำส้มที่อยู่ในมือลง แล้วพูดกับจิ่งเป่ยเฉินว่า “ฉันขอตัวเดี๋ยวนะ!”
“ไปสิ! อย่าลืมกลับมาด้วย ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องลากเธอกลับมาแน่!” ความประทับใจที่มีต่อตัวของวิเวียน สำหรับจิ่งเป่ยเฉินนั้นก็คือโหรวโหรวไปบ้านเธอหลายครั้ง และก็แทบไม่คิดจะกลับบ้านตัวเองเลยสักครั้ง
แม้แต่ตัวเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่าต้องมานั่งคอยคุ้มกันผู้หญิงคนหนึ่งแบบนี้!
“พวกเราแค่ไปพูดคุยไม่กี่ประโยคเท่านั้นเอง!” อันโหรวเหลือบสายตามองไปที่เขา ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับวิเวียน
พวกเขาเดินไปตรงระเบียงที่ไม่มีคน มองดูวิวทิวทัศน์ที่อยู่ภายนอก จากที่ไกล ๆ ที่พวกเขามองเห็นก็คืออาคารตึกราบ้านช่องที่สูงใหญ่ในเมือง A
อันที่จริงเธอก็พอจะคาดเดาออกว่าวิเวียนจะพูดอะไร แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบกลับไปอย่างไรดี
เพราะงั้นเลยคิดจะให้จิ่งเป่ยเฉินเลื่อนวันแต่งงานออกไปก่อนสักพักหนึ่ง บางทีเธออาจจะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแม่ของเธอมาบ้าง
จะดีที่สุดถ้าหากสามารถหาสถานที่ที่เธออยู่ได้ เพราะพวกเขาไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้ว