ิ่มรู้สึกสงสัยเลยมองไปที่เขาอีกครั้ง“เปล่าหรอก พี่สะใภ้ บางทีเมื่อคืนผมน่าจะนอนพักผ่อนไม่พอ”อันโหรวมองไปที่เขาสักพักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “ดูก็รู้ นี่ก็สิบเอ็ดโมงกว่าแล้วเพิ่งจะมาถึงบริษัท”ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่เธอ “พี่สะใภ้ มันไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอก”“ฉันเพิ่งมาเอง นี่เป็นครั้งที่สองที่เข้าบริษัทแล้ว” เธอหันหลังกลับและเดินเข้าไปในห้องทำงานของตนเมื่อเธอเข้าไปก็เห็นอันหยาพั่นนั่งอยู่ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของเธอ ดูเหมือนว่าเธอกำลังเล่นจี้หยกมรกตสีเขียวอยู่เมื่ออันหยาพั่นเห็นเธอเดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้นทันที ก่อนจะยิ้มและตะโกนเสียงดังว่า “พี่คะ!”“นั่งลงสิ!” ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองไปที่จี้หยกในมือของเธอนั่นมันจี้หยกที่อยู่ในห้องพักผ่อนของจิ่งเป่ยเฉินไม่ใช่เหรอ?ทำไมถึงไปอยู่ในมือของอันหยาพั่นได้?นั่นมันจี้หยกของเธอนะ!“พี่คะ ครึ่งเดือนก่อนฉันกังวลแทบตาย โดยเฉพาะพี่เขย ตอนนี้ฉันนึกถึงภาพที่เขาสิ้นหวังขนาดนั้นก็รู้สึกว่าเขารักพี่จริง ๆ นะ!” ทันใดนั้นอันหยาพั่นก็กำจี้หยกไว้ในมือแน่น ก่อนจะยิ้มและเอนตัวพิงที่เก้าอี้ “พี่คะ โชคดีมากเลยนะที่รอดจากเหตุการณ์ร้าย ๆ แบบนั้นมาได้ หลังจากนี้ชีวิตต้องราบรื่นแน่ ๆ”“อืม” เธอตอบกลับไปเบา ๆ โดยไม่ได้มองจี้หยกที่อยู่ในมือของเธออีก ก่อนจะก้มหน้าเตรียมเอกสารบนโต๊ะแทน“ช่วงนี้ทำอะไรอยู่?” เธอถามแบบไม่ได้ตั้งใจเอ่ยถาม“เดิมทีว่าจะวางแผนหางานทำ แต่เป็นเพราะพี่เกิด