จนกระทั่งภายในห้องทำงานนั้นปรากฏเงาของชายสูงร่างใหญ่
เธอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นฉีเซิ่งเทียน จึงก้มหัวหน้าลงอย่างไม่รู้ตัว แกล้งทำว่าไม่ได้เกิดเรื่องอะไรอย่างไรอย่างนั้น “ผู้จัดการฉีมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”
แต่ไรมาฉีเซิ่งเทียนก็มักจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขามีสายตาที่เย็นชาแบบนั้น
ภายในใจของเธอรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ตอนเช้านั้นไม่ได้ปลุกเขา
“ทำไมเธอถึงไม่ปลุกฉัน? กลัวว่าฉันจะกินเธอหรือไง?” ฉีเซิ่งเทียนก้มหน้าลงมองใบหน้าขาว ๆ ของเธอ แสร้งทำเป็นสงบ
หลินจือเซี๋ยวเหลือบมองสักพัก เมื่อเขาเข้ามาครั้งแรก ดวงตาที่จ้องเขม็งและเย็นชานั้นหายไปนานแล้ว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า รอยยิ้มที่มีความขี้เล่นและน่าสงสัย
เธอไม่ต้องการเข้าไปอยู่ในความคิดของฉีเซิ่งเทียน “งานของฉันยุ่งมาก ถ้าหากผู้จัดการฉีไม่มีธุระอะไรอื่น ๆ แล้ว ช่วยออกไปด้วยค่ะ”
“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่มีธุระอื่น?” ฉีเซิ่งเทียนเอนตัวลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอนหลังมองดูอย่างสบายใจ
“งั้นคุณก็พูดมาสิคะ” เขาจะยอมแพ้ให้เธอหน่อยไม่ได้เลยหรือยังไงกัน?
ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่ใบหน้าที่ดุโกรธเล็กน้อย ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย”