“ผู้จัดการฉี มือเท้าของคุณหักงั้นเหรอ? หรือฟันหักจนกลืนเข้าคอตัวเองไม่ได้กัน?” อยากกินข้าวเช้าแล้วจะมาหาเธอทำไม?
“ฉันเป็นเลขาของประธานจิ่ง ไม่ใช่เลขาของผู้จัดการฉีนะคะ” เธอยุ่งมาก อีกทั้งยังต้องรีบจัดแจงโต๊ะ จะได้เอาอาหารเช้ามาให้เขา
แต่นี่มันหน้าที่รับผิดชอบของเลขาหรือยังไงกัน?
“ขอบคุณที่ช่วยเตือนนะ” ฉีเซิ่งเทียนพูดประโยคเย็นชาออกมา ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไปทันที
หลินจือเซี๋ยวเองก็ตกตะลึง แต่ก็ไม่คิดมากอะไร ก่อนจะเริ่มทำงานของตัวเองต่อ
หากฉีเซิ่งเทียนไม่มากวนเธอย่อมถือเป็นเรื่องดี
แต่แล้วช่วงบ่าย เธอก็ได้รับข่าวร้ายเข้าจนได้
เธอถูกสับเปลี่ยนตำแหน่งจากเดิมเป็นเลขาของประธานจิ่ง ให้กลายเป็นผู้ช่วยและเลขาของผู้จัดการฉีแทน
พระเจ้าบนสวรรค์นี่มันเรื่องตลกหรือยังไงกัน!
นี่คงเป็นภาพลวงตาที่กำลังหลอกหลอนเธอแน่ ๆ
ในขณะที่เธอกำลังอึ้งกิมกี่ จู่ ๆ ฉีเซิ่งเทียนก็เดินเข้ามาพร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างเบาบาง เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทีที่สง่าราวกับเป็นเจ้าคนนายคน