หรือที่เขาพูดตอนนั้นว่าขอบคุณที่ช่วยเตือน หมายถึงเรื่องพวกนี้งั้นเหรอ?
“ผู้ช่วยหลิน หลังจากนี้ก็ช่วยชี้แนะผมเยอะ ๆ หน่อยนะ” ฉีเซิ่งเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังและดูเข้มงวด ราวกับว่าที่เกิดขึ้นพวกนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
“ไม่กล้าหรอกค่ะ ผู้จัดการฉี ความเมตตาของคุณนั้นถึงเป็นความจริง” เธอสามารถปฏิเสธได้ไหมนะ
ฉีเซิ่งเทียนก้มลงมองเธอ ขณะที่สบตากันจู่ ๆ เขาก็ยิ้มออกมา “เธอไม่ต้องห่วง ฉันจะเมตตาเธอแน่นอน”
เธอทำอะไรผิดงั้นเหรอ?
ถ้าหากรู้ว่าตอนเช้าต้องปลุกเขา น้ำใจของผู้ชายคนนี้น้อยเกินไปแล้ว
“ผู้จัดการฉี ช่วงนี้ฉันงานยุ่งมาก กลายมาเป็นเลขาประธานจิ่งชั่วคราวเลยไม่คุ้นชินกับงานเท่าไร พวกคุณเข้าใจใช่ไหม?” ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นใช่หรือเปล่า?
การโยกย้ายบุคลากรดูง่ายดายเกินไป
“ไม่เห็นเป็นไรเลย! เธอสามารถที่จะพักงานได้เลย หลังจากที่หาเลขาคนใหม่ให้ประธานจิ่งได้แล้ว เธอก็สามารถที่จะออกไปได้” เขาขมวดคิ้วขึ้น ก่อนจะหมุนตัวออกไปด้วยความลำพองใจ
หลินจือเซี๋ยวนั่งอยู่ที่เดิมอย่างไร้หนทาง จู่ ๆ ก็กลับมาคิดทบทวนตัวเอง
เธอกับฉีเซิ่งเทียนเป็นเพื่อนร่วมงานกันเสมอมา ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้?