หลินจือเซี๋ยวรู้ว่าตัวเองไม่มีเรี่ยวแรงที่จะห้ามปราบเขาได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเธอในตอนนี้เหมือนกับว่าตัวเธอถูกงูรัด ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ เกาะติดแน่นเสียสนิท เธอโตมาขนาดนี้แล้ว แต่กลับไม่เคยมีประสบการณ์ใกล้ชิดกับผู้ชายขนาดนี้มาก่อน
ใบหน้าของเธอค่อย ๆ ปรากฏรอยแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ มันเป็นสีแดงอมชมพูราวกับดอกกุหลาบอ่อน ๆ อีกทั้งภายในห้องน้ำที่มีแสงไฟดูอบอุ่น ทำให้ใบหน้าของเธอดูเย้ายวนมากยิ่งขึ้น
แต่ทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วอยู่ในสายตาของฉีเซิ่งเทียน หลินจือเซี๋ยวตอนนี้คิดออกแค่วิธีเดียว จึงพูดไปว่า “ผู้จัดการฉี ที่นี่มีเจ้าที่เจ้าทางอยู่นะคะ คุณอย่ารังแกฉันนะ รีบออกไปเร็ว เข้าเร็ว!”
“เธอเป็นหนี้ฉันอยู่นะ……”
หลินจือเซี๋ยวเริ่มทำหน้าบูดบึ้ง “ผู้จัดการฉี คุณไม่ได้ยินประโยคนั้นเหรอ? เขาบอกปีนี้หากได้เงินจากหลานก็ถือว่าเป็นหนี้พ่อปู่แล้วนะคะ!”
“อ้อ……” ฉีเซิ่งเทียนเอ่ยตอบกลับไปอย่างติดตลก “พ่อปู่หลิน ช่วยยกตัวเองมาให้ทีจะได้ไหม?”
พ่อปู่หลิน?
ยกตัวเอง ยกเธอให้เขางั้นเหรอ?