ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออกจากด้านใน อันโหรวจูงมือหน่วนหน่วนเดินออกมานอกห้อง เขาเหลือบสายตามองไปที่เธอ “โหรวโหรว……”
“พ่อจ๋า!” หน่วนหน่วนเงยหน้าขึ้นพลางพูดด้วยเสียงหวาน
อันโหรวเห็นดวงตาของเขามีรอยแดงปรากฏขึ้นมาเป็นเส้น ๆ ราวกับว่าไม่ได้นอนหลับมาทั้งคืน ภาพที่เขายืนอยู่ตรงนี้ทั้งคืนปรากฏขึ้นมาในหัวของเธอ
เธอก้มลงไปอุ้มหน่วนหน่วนและเดินผ่านตัวเขาไป “พวกเราลงไปก่อนนะ นายตามสบายเลย”
“ที่รัก!” จิ่งเป่ยเฉินเอื้อมมือไปดึงเสื้อของเธอไว้ “ขาของฉันมันชา…”
“นวด ๆ มันก็หายแล้ว!” อันโหรวเหลือบมองไปที่มือของเขาที่กำลังดึงเสื้อของเธอ “หน่วนหน่วนต้องกินข้าวเช้านะ ช่วยปล่อยก่อนได้ไหม?”
จิ่งเป่ยเฉินสังเกตเห็นเธอยังสวมเสื้อผ้าตั้งแต่เมื่อคืน ช่วงนั้นเธอไม่ได้พูดเลยสักคำว่าจะกลับมาที่ห้อง ก็อาจเป็นไปได้ที่เธอนั้นจะกลับไปที่ห้องแล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
เขาจึงปล่อยมือออก ก่อนจะพูดว่า “หน่วนหน่วนกินเยอะ ๆ นะ”
“พ่อจ๋ารีบลงมาด้วยนะคะ!” หน่วนหน่วนยิ้มหวานใส่ ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของจิ่งเป่ยเฉินเลยสักนิดเดียว ก่อนจะถูกอันโหรวอุ้มและเดินออกไป