เมื่ออันโหรวและหน่วนหน่วนเดินออกไปแล้ว เขาก็ยังไม่มีท่าทีที่จะเดินออกไป ส่วนทางด้านหยางหยางก็เดินออกมาจากห้องของตนเอง
เด็กตัวเล็ก ๆ เดินมาหาเขาด้วยใบหน้าที่เย็นชา ก่อนจะสังเกตเห็นเส้นรอยแดงเต็มดวงตาของเขา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนแม่จ๋าจะยังไม่ยกโทษให้พ่อสินะ ผมชักอยากจะรู้แล้วสิว่าพ่อไปทำอะไรให้แม่จ๋าโกรธกัน แบบนี้ควรรีบไปขอโทษนะครับ ถ้าหากพ่อสะดวกที่จะพูดเหตุผลก็ลองพูดให้ผมฟังก็ได้นะ”
“พ่อเองก็อยากรู้มากกว่าลูกอีกนะ” เขารู้สึกอาการชาที่ขาค่อย ๆ จางหายไป แต่เขาก็ยังไม่มีท่าทีที่จะเดินออกไป ถ้าหากเขาล้มลงละก็ ภาพลักษณ์ที่เขาสร้างต่อหน้าลูกชายมาตลอดคงจะหายไปแน่ ๆ
เขารู้สึกราวกับถูกลงโทษ แต่เขาไม่รู้อะไรเลยสักนิด มันน่าดูเกลียดตรงที่โหรวโหรวไม่อธิบายให้เขาเข้าใจเลยสักนิดเดียว
ทางด้านหยางหยางเมื่อมองเขาสักพักก็เดินออกไป ก่อนจะเหลือบสายตามองมาที่พ่อของเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ จากท่าทางแบบนั้นราวกับว่ากำลังคุกเข่าขอร้องอะไรบางอย่างเลย
ทางด้านจิ่งเป่ยเฉินเมื่อจัดแจงทุกอย่างเสร็จสิ้นก็เดินกลับไปที่ห้อง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะนั่งรอให้อันโหรวกลับมาที่ห้อง