ฉีเซิ่งเทียนมองท่าทางเธอที่ดูตรงไปตรงมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “ไม่เลวเหมือนกัน”
ก่อนจะเดินออกไป!
นี่! ไหนคำขอโทษ?
ทำไมไม่เหมือนที่เธอจินตนาการไว้เลย!
หลินจือเซี๋ยวเดินไปปิดประตูห้องทำงานอย่างแรง ต่อจากนี้เธอจะไม่พูดอะไรเหลวไหลอีกแล้ว
ณ เวลานี้ที่ห้องทำงานห้องประธาน
ฉีเซิ่งเทียนนั่งลงฝั่งตรงข้ามจิ่งเป่ยเฉิน เขาไม่ได้พูดอะไร โดยปกติแล้วจิ่งเป่ยเฉินก็จะไม่ถามถึงความคิดเห็นอะไรจากเขาก่อน
วันนี้เองก็เช่นกัน
“พี่เฉิน…..”
“นายเป็นอัมพาตหรือไง?” จิ่งเป่ยเฉินเหลือบไปมองเขา ไม่คิดว่าจะเรียกเขาแบบนั้น
“ก็เกือบแล้ว เป็นอัมพาตส่วนคอขึ้นไป รู้ไหมว่าคืออะไร?”
“พิการทางสมอง ไม่ได้รับการรักษา ฉันช่างน่าสงสารเสียจริง ๆ ที่ต้องเลี้ยงดูนายอีกทั้งชีวิต” จิ่งเป่ยเฉินเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วมองไปที่เขาพลางพูดเล่นกับเขา แต่เขากลับดูไม่มีความสุขเลย
“พี่เฉิน พี่จะดูแลเลี้ยงดูครอบครัวฉันใช่ไหม? เพราะฉันคิดว่าในอนาคตฉันจะต้องบกพร่องทางสติปัญญาแน่ ๆ”
“เพื่อประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง หาคนปกติ” จิ่งเป่ยเฉินพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ก่อนจะมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
ทันใดนั้นฉีเซิ่งเทียนก็ยกมือขึ้นมาสัมผัสที่ริมฝีปากของตัวเองและมองไปที่จิ่งเป่ยเฉิน พลันคิดถึงปริมาณงานของหลินจือเซี๋ยวในช่วงนี้