“โอวหยางลี่ตอนนี้กำลังถูกโจมตี เลขาหลินกำลังยุ่งเรื่องอะไรอยู่?” ฉีเซิ่งเทียนถามขึ้นมาอย่างไม่เป็นทางการ
“เรื่องของฉัน” จิ่งเป่ยเฉินตอบกลับอย่างเย็นชา
“อะแฮ่ม….” ฉีเซิ่งเทียนลุกขึ้นจากที่นั่งทันที ก่อนจะเดินไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว “ฉันจะไปฟ้องพี่สะใภ้ว่าพี่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว!”
“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!” จิ่งเป่ยเฉินชำเลืองมองไปที่เขาพลางเอนหลังอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะเงยหน้ามองไปที่เขาและพูดเบา ๆ ขึ้นมา “นายว่างมากงั้นเหรอ?”
“ฉันยุ่งมากนะ ยุ่งจะตายอยู่แล้ว!” ฉีเซิ่งเทียนตบไปที่ต้นขาของตัวเองอย่างแรง “พี่ก็รู้เรื่องโรงงานที่ตอนนี้กำลังสร้างปัญหาวุ่นวาย ฉันต้องเอาใจครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้นด้วยตัวเอง เรื่องสินค้าใหม่ก็ใกล้จะวางตลาดแล้ว พี่ไม่ออกหน้า ฉันก็ต้องซ้อมใหญ่ พรุ่งนี้จะพลาดไม่ได้!”
จิ่งเป่ยเฉินรอจนเขาเดินกลับมาและพูดช้า ๆ ว่า “งั้นนาย…..ออกไปเถอะ!”
ฉีเซิ่งเทียนงุนงงเล็กน้อยพลางมองเขาด้วยแววตาที่คับแค้นในใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
แต่เขายังไม่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเลย แม้เขาจะแสดงเพื่อตัวเองก็ตาม แต่เขาก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะพูดถึงเขา และเขาเองก็ไม่กล้าพูด
…..
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โอวหยางกรุ๊ปเกิดเรื่องอื้อฉาวของโอวหยางลี่ ทำให้บริษัทโอหยางกรุ๊ปตกต่ำลง รู้สึกเหมือนเต็มไปด้วยเขม่าดินปืน