เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจิ่งเป่ยเฉินขมวดคิ้วขึ้น ปกติแล้วจิ่งเป่ยเฉินมักจะอดทนเก่งมากที่สุด และการที่เขาเป็นแบบนี้ก็บ่งบอกได้เลยว่าเสียงของเขานั้นโคตรจะดังเลยสินะ!
“พี่สะใภ้ พี่อย่าไปสนใจเขาเลย ปล่อยให้เขามีชีวิตโสดไปแบบนั้นแหละ!” ฉีเซิงเทียนยกแก้วไวน์ที่อยู่ในมือขึ้นดื่มพลางกวาดตามองไปยังหมินลี่
“ทำไมนายถึงได้มีสิทธิ์มาบอกฉันแบบนั้นกัน? ทั้ง ๆ ที่นายก็พอ ๆ กันกับฉันนั่นแหละ” หมินลี่พูดตอบกลับโดยทันที
“ฉันอยู่กับพี่เฉินมาตั้งนาน ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาตลอด!” ฉีเซิงเทียนพูดจบก็รู้สึกเหมือนมีอะไรผิดปกติ พี่สะใภ้อยู่ที่นี่ พูดกับพี่เฉินแบบนี้ ไม่ว่ายังไงก็ดูไม่ค่อยมีเหตุผล ทำไมต้องมาโสดเพราะอยู่กับเขาด้วยนะ
เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที “ฉันอยู่กับถังซั่ว ยังไงมันก็ต้องโสดอยู่แล้วต่างหาก”
ถังซั่วยิ้มอย่างอ่อนโยนและพูดขึ้น “แบบนี้ก็ดีแล้ว”
“ดีก็……” คำสุดท้ายนั้นถูกฉีเซิงเทียนเก็บไว้ด้วยแก้วไวน์ที่เทเข้าปาก
อันโหรวมองไปที่อาหารตรงหน้า เธอรู้สึกว่าอาหารบนโต๊ะนี้เป็นเธอที่กินเยอะที่สุดเลยก็ว่าได้ เธอเลยเข้าใกล้จิ่งเป่ยเฉินอีกครั้งและเอ่ยถามว่า “นายกินอิ่มหรือยัง?”
“ไปกันเถอะ!” จิ่งเป่ยเฉินลุกขึ้นยืน พร้อมกับก้มหน้ามองตัวเธอ
อันโหรวเข้าใจความหมายของเขาทันที ก่อนจะลุกขึ้นและมองไปที่พวกเขา “พวกนายกินกันตามสบายเลยนะ พวกเราขอตัวก่อน พอดีที่บ้านยังมีเด็ก ๆ รออยู่”