เมื่อคิดไปคิดมาเธอก็นึกไอเดียดี ๆ ออก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์หนึ่งสองศูนย์ เพื่อโทรเรียกศูนย์ขอความช่วยเหลือ
สิบนาทีผ่านไป ฉีเซิงเทียนที่ยืนพิงอยู่หน้าประตูก็ถูกเข็นขึ้นรถพยาบาลไป เขานั่งอยู่ตรงประตูคงจะหนาวเย็นเป็นอย่างมาก
เธอคิดว่าอย่างน้อยเขาต้องถูกส่งไปที่โรงพยาบาล หลินจือเซี๋ยวรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะออกไปดูเขา!
ไม่เลย ไม่ได้ดูเขาเลยจริง ๆ กระทั่งเขาถูกพาขึ้นรถพยาบาลไป เธอก็ไม่ได้ออกไปดู
ฉีเซิงเทียนนอนอยู่บนเตียงนอนคนป่วย เขากัดฟันพูดขึ้นว่า “หลินจือเซี๋ยว เธอกล้ามาก!”
หลินจือเซี๋ยวที่ยืนอยู่ตรงประตูจามขึ้นมาทันที ก่อนจะส่งข้อความไปหาอันโหรว
ตอนนี้อันโหรวกำลังวาดรูปอยู่กับหน่วนหน่วน เมื่อได้รับข้อความจากหลินจือเซี๋ยวว่าได้ส่งฉีเซิงเทียนไปโรงพยาบาลแล้ว เธอก็ส่งสติกเกอร์ยกนิ้วชื่นชมให้ทันที
“แม่จ๋ามีเรื่องอะไรเหรอคะ ทำไมดูมีความสุขจัง?” หน่วนหน่วนเงยหน้ามองเธอ
ใบหน้าของอันโหรวตอนนี้หุบยิ้มไม่ได้ หลินจือเซี๋ยวรับมือกับวิธีการของฉีเซิงเทียนได้อย่างมีฝีมือ เธอแค่ไม่มีช่องระบายสนามแม่เหล็กเหมือนเขา ทำให้เขาหลบหลีกไม่ทัน
“คุณน้าจือเซี๋ยวสุดยอดไปเลย เอาชนะสัตว์ประหลาดได้ด้วย” เธอหัวเราะพลางพูด
หน่วนหน่วนพยักหน้ากึ่งรับกึ่งขานและวาดรูปต่อ
ในคืนนั้นอันโหรวหยิบไอแพดขึ้นมาดูบนเตียง ก่อนจะหันไปมองคนที่อยู่ด้านข้าง “จิ่งเป่ยเฉิน นายอยู่ข้างหลังฉันทำอะไร?”