“โหรวโหรวสมเหตุสมผลหน่อยได้ไหม? มันทำสำเร็จแน่นอนอยู่แล้ว!” เขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะมองไปที่เธออย่างลำพองใจ “เธอพูดเองนะ ฉันชนะเธอจะเชื่อฟังฉัน”
“ได้ จะเชื่อฟังนายทุกอย่าง!” ยังไงเขาก็แพ้อยู่แล้ว เดิมพันเรื่องใหญ่หน่อยจะเป็นอะไรไป
จิ่งเป่ยเฉินจ้องมองไปที่เธอและพูดขึ้นอย่างช้า ๆ “ถ้าที่ระเบียงน่าจะหนาวไปหรือเปล่า?”
“จิ่งเป่ยเฉิน! นายยังไม่ชนะเลยนะ!” ทำไมเขาถึงได้มั่นใจขนาดนี้กัน!
“ฉันชนะแล้ว” เขากดโทรศัพท์โทรไปหาฉีเซิงเทียนและเปิดลำโพง
เสียงรับโทรศัพท์ดังขึ้น “พี่เฉิน! ดึกขนาดนี้มีเรื่องอะไรกัน?”
เขาเหลือบมองไปที่อันโหรวพลางยิ้ม ก่อนจะถามอย่างจริงจัง “นายอยู่ไหน?”
“ที่บ้านสิ!”
ดวงตาจิ่งเป่ยเฉินเป็นประกาย สายตาบ่งบอกว่าเขานั้นชนะ เขาจ้องมองไปที่เธอ “บ้านของใคร?”
“ก็บ้านตัวเองสิ จะให้ไปบ้านของใคร?”
อันโหรวปิดปากกลั้นขำ แค่ท่าทางการคุยโทรศัพท์ของเขาทั้งสองคนก็ดูคลุมเครือมากแล้ว
“ได้ยินว่านายไปบ้านหลินจือเซี๋ยวไม่ใช่เหรอ นายทำอะไรเธอหรือเปล่า?” คำถามที่เอ่ยออกมาคือขีดจำกัดของเขา
“พี่เฉิน พี่สนใจเรื่องพวกนี้ด้วยงั้นเหรอ?” ไม่สิ พี่รู้เรื่องเมื่อคืนด้วยเหรอ? เรื่องนี้เป็นเรื่องอับอายในชีวิตของเขาเลยนะ!
“รีบบอกมา!” เขาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว คิดฝืนอยากจะบีบบังคับให้เขาตอบ
“ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง พี่เฉิน พี่ก็น่าจะเข้าใจดีนะ!” ฉีเซิงเทียนเอ่ยปากพูดเรื่องโกหก