……
ไม่นานก็ถึงวันศุกร์ หลินจือเซี๋ยวแต่เดิมก็ไม่เคยมีนิสัยมาสาย เธอมักจะมาตั้งแต่เช้า ตอนนี้เธอก็กำลังรออย่างเงียบ ๆ แม้ภายในใจจะร้อนรน
จนถึงตอนนี้เธอยังไม่เคยเห็นแม้แต่รูปสักใบของชายคนนั้น เพราะแม่บอกกับเธอว่าชายคนนั้นไม่ค่อยชอบถ่ายรูป ส่วนรูปบัตรประชาชนทั่ว ๆ ไปก็ดูใช้ได้
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นประจวบเข้ากับความไม่พอใจของเธอ นี่มันมากเกินไปหรือเปล่า?
เธอเริ่มสงสัยอย่างจริงจังว่าคำพูดที่แม่ของเธอบอกมาสี่คำ โดยเฉพาะเครื่องหมายอัศเจรีย์ ความหมายพวกนี้ที่แม่บอกมาคงไม่ใช่น่าเกลียดเกินไปหรอกใช่ไหม?
เมื่อเธอคิดแบบนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองนั่งแทบไม่ติด ก่อนจะมองไปที่ประตูอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่รู้สักทีว่าใครคือเซว์มู่
ที่ด้านนอกร้านอาหาร ฉีเซิงเทียนกำลังนั่งอยู่ในรถและเหลือบมองไปที่ประตู เมื่อเขาเห็นคนที่เรียกว่าเซว์มู่เข้ามาถึง เขาก็รีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว
จากที่เขาดูในรูปถ่ายบัตรประชาชนก็รู้สึกว่าชายคนนี้เป็นคนที่อ่อนโยนไม่ใช่น้อย ความสามารถก็นับว่ามี ดูจากตอนนี้ดูท่าน่าจะเป็นเรื่องจริง เขาเลยคิดอยากจะเห็นหน้าสักหน่อย แต่เมื่อเทียบกับตัวเขาแล้วดูท่าน่าจะอีกหลายส่วนที่ยังดูห่างไกล
เขาเดินออกมาด้วยท่าทางที่ดูสง่างาม ก่อนจะพูดว่า “พี่ชาย!”
เซว์มู่มองดูเขาที่ด้านข้าง เสื้อกันลมสีดำของเขาโดนลมหนาวเย็น ๆ พัดผ่าน เขาเอ่ยถามว่า “มีอะไรเหรอครับ?”
ฉีเซิงเทียนก้าวเดินไปอย่างสงบด้วยท่าทีพึงพอใจ ก่อนจะมองช