ซิงเทียนได้ยินเสียงเธอก็หันหน้าไปมองอย่างช้า ๆ “หิวแล้วก็แวะมากินสิ หลังจากที่เขามาแล้วพวกเรามานั่งกินด้วยกัน ฉันจะคอยเป็นก้างขวางคอเธออย่างเงียบ ๆ เอง เธอดูสิสั่งอาหารมาเยอะแบบนี้จะกินยังไงหมด เสียดายของแย่!”
เขาสะกดคำว่าเสียดายของเป็นด้วยเหรอ? แน่นอนว่าเขาใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด
บริกรที่ยืนอยู่ตรงกลางค่อย ๆ มองดูพวกเขา
“ยังไม่มาอีก!” ฉีเซิงเทียนเหลือบมองไปที่เธอ ถ้าเธอจะรอให้เซี่ยมู่มาก็คงมีแต่ผีเท่านั้นแหละที่จะมาได้
แต่ความจริงผู้ชายที่นัดบอดของเธอนั้นคือเซว์มู่ต่างหาก
“ขอโทษนะคะ! ฉันขอย้ายไปโต๊ะนั้น” เธอหยิบกระเป๋าขึ้น ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับฉีเซิงเทียน ทางด้านบริกรก็ได้ย้ายชามและตะเกียบของเธอมาฝั่งนี้ทันที
“ผู้จัดการฉี ดูเหมือนคุณจะมาดูฉันนัดบอดสินะ?”
“ผมมาดูต่างหากว่าใครกันที่โชคร้ายมานัดบอดกับคุณ” เขาพูดไปอย่างไม่ใส่ใจ
หลินจือเซี๋ยวได้แต่กลั้นลมหายใจ แม้คิดอยากจะฉีกปากสว่าง ๆ ของฉีเซิงเทียนทิ้งก็ตาม
แต่เธอก็ทำเป็นไม่สนใจและหยิบตะเกียบขึ้นมา เปลี่ยนอารมณ์จากโกรธเป็นหิว ก่อนจะเริ่มลงมือกินข้าวทันที
ทันทีที่เธอกินอิ่ม ผู้ชายที่เพอร์เฟกต์คนนั้นก็ยังไม่มา
จากนั้นเธอก็รู้สึกอึดอัดและกังวลขึ้นมาเล็กน้อย การนัดบอดครั้งแรกก็ถูกเทซะแล้ว การนัดบอดหลังจากนี้คงไม่ราบรื่นแน่ ๆ
เธอเงยหน้าของเธอขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หันหน้าไปมองคนที่อยู่ตรงข้ามอย่างฉีเซิงเทียน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “ทำ