่บริษัทอีกคะ?”
ไม่มีแม้แต่ประชาสัมพันธ์ใด ๆ โอวหยางลี่เองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้วิเวียนตอบรับกับจิ่งเป่ยเฉินแล้วว่าจะเซ็นสัญญากับทางตระกูลจิ่ง
ชายคนนี้กำลังเล่นหมากอะไรกันแน่?
เธอไม่ต้องการให้เธอเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริง ๆ ทางที่ดีคือไม่ควรเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“เธอไม่โกรธแล้วเหรอ?” เขาไม่ได้ตอบคำถามของเธอ เพียงแต่มองเธอ ปากกาที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่ได้หยิบขึ้นมาเซ็น
เธอไม่ให้อภัยเขา เขาก็จะไม่เซ็นสินะ?
ยังมีคนที่ไร้เดียงสาแบบนี้อยู่อีกเหรอ?
“ฉันไม่ได้โกรธแล้ว” ความจริงเธอเบื่อหน่ายที่จะโกรธ “คืนนี้นายให้ฉันนอนพักผ่อนอย่างสงบสักคืนแล้วฉันจะไม่โกรธเลย””
จิ่งเป่ยเฉินกลอกตาไปทางขวา ดอกกุหลาบสีแดงที่เขามองอยู่นั้น เขาเอื้อมมือไปตรงหน้าเธอ “เธอยังจำคำสาบานแรกได้อยู่ไหม?”
“จิ่งเป่ยเฉินนายจะไม่จบจริง ๆ ใช่ไหม?” เธอหมุนตัวไปอีกทาง จะไม่ยอมให้เขากดขี่แบบนี้อีกต่อไป ครั้งนี้พูดอะไรไปก็จะไม่ให้อภัยเขาแล้ว ไม่เด็ดขาด
“ที่รัก เธอจะพูดอะไรก็ตามนั้น” เขาหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาเซ็นเอกสารอย่างชำนาญ “ไม่โกรธแล้วใช่ไหม?”
“รอดูพฤติกรรมนาย!” เธอหยิบเอกสารขึ้นมาแล้วหมุนตัวกลับออกไปทันที
“ดอกไม้…..” จิ่งเป่ยเฉินมองช่อดอกไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะ ดอกไม้ช่อนี้กินพื้นที่โต๊ะทำงานเสียจริง
ภาพที่เธอตอบกลับมาอย่างเด็ดขาด เขาจ้องมองไปที่ดอกไม้หนึ่งนาทีก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมาและเดินไปด้านนอก
ทันทีที่เดินออกมา ฉีเซิงเที