ู่ ๆ เขาก็พูดออกมาว่า “หน่วนหน่วนจะต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน”
“ฉันรู้” เธอเองก็เชื่อว่าลูก ๆ ของเธอจะต้องไม่เป็นอะไร
ไม่นานพวกเขาก็ขับมาถึงโรงพยาบาล รถยังไม่ทันจอดสนิท เธอก็รีบลงจากรถไปทันที จิ่งเป่ยเฉินที่จอดรถเรียบร้อยก็รีบเดินตามหลังของเธอไป ไม่ช้าก็ถึงตัวเธอ ก่อนจะดึงแขนเธอไว้และตบหน้าเธอเบา ๆ
“จิ่งเป่ยเฉินนี่นายทำอะไร?” ที่ตรงนี้มีคนอยู่มากมาย ซึ่งตัวเธอเองก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ว่าตอนนี้เขายังมีอารมณ์ที่จะมาตีเธออีกนะ
เจ้าของใบหน้าเย็นชาที่ยืนอยู่ตรงหน้าล็อบบี้ที่มีผู้คนพลุกพล่านดึงตัวเธอไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมามองอย่างใจจดใจจ่อ พลางรอฟังว่าทำไมเขาถึงได้ตบหน้าเธอเมื่อครู่นี้
“ถ้ารถยังไม่จอดนิ่งสนิทก็ไม่อนุญาตให้ลงจากรถ!” พูดจบเขาก็พาเธอเดินต่อไป จริง ๆ แล้วหัวใจของเขาเองก็กระวนกระวายไม่แพ้กัน
แต่ว่าตัวเขาก็ต้องสั่งสอนเธอเอาไว้บ้าง ถ้ามีครั้งแรกกับเหตุการณ์แบบนี้ย่อมต้องมีครั้งที่สองเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน การเคลื่อนไหวที่ดูอันตรายแบบนี้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก
เดิมทีอันโหรวก็โมโหที่จู่ ๆ เขามาตบหน้าเธอแบบนั้น แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด ความโกรธก็ได้จางหายไปทันที
จิ่งเป่ยเฉินกับอันโหรวเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยอย่างเร่งรีบ พวกเขาเห็นหน่วนหน่วนกำลังนั่งกินกล้วยอยู่บนเตียง ส่วนหยางหยางก็กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างเตียงเช่นกัน
นอกจากนี้ภายในห้องก็มีอาจารย์ที่กำลังดูแลพวก