าก็ต้องรู้อยู่ดี ตอนนี้เมื่อมองดูแล้ว เธอไม่เป็นอะไรก็โอเค
“กินอิ่มแล้ว! พวกเราไปกันเถอะ!” จริง ๆ ก็ไม่กินอิ่มหรอก แต่เธอโกรธจนอิ่มแทนต่างหาก
เหลียวเว่ยเห็นเธอเข้ามาคนเดียวก็เปิดปากถามไปว่า “คุณหนูอันเห็นลี่บ้างไหม ทำไมเขายังไม่กลับมากัน?”
“ขอโทษด้วย ฉันไม่ได้เข้าไปในห้องน้ำผู้ชาย ฉันไม่ทราบหรอกค่ะ” เธอหยิบกระเป๋าขึ้นมาคล้องไว้ที่แขน ก่อนจะเดินไปยืนข้าง ๆ จิ่งเป่ยเฉิน และเดินออกไปพร้อมกับเขา
ทั้งสองคนเดินออกไปจากห้องรับรองส่วนตัว ทิ้งเหลียวเว่ยอยู่ในห้องเพียงลำพัง เธอได้แต่นั่งรอโอวหยางลี่ที่ไม่คิดจะกลับมาหาสักที
เมื่อลงลิฟต์ไปเธอก็หยิบสเปรย์ป้องกันตัวจากพวกหื่นกระหายออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะพูดว่า “ของนี่ใช้ได้ไม่เลวเลยนะ”
จิ่งเป่ยเฉินคว้าสิ่งของที่อยู่ในมือของเธอมาดู ก่อนจะมองไปทั่วร่างกายของเธอด้วยท่าทางวิตกกังวล “โอวหยางลี่ทำอะไรเธอ?”
“อย่าเพิ่งหุนหันสิ! เขาจะทำอะไรฉันได้ ฉันเตรียมตั้งรับไว้เสียดิบดีขนาดนี้” อันที่จริงของชิ้นนี้เธอก็เพิ่งซื้อมาในช่วงเวลาทำงานนั่นแหละ
“อันโหรว!” เขากำของที่อยู่ในมือแน่น เขาควรจะออกไปด้วยกันกับเธอ
ที่นี่คือสถานที่ของเขา การที่ปล่อยให้เธอเกิดเรื่องขึ้น เขาจะมีคุณสมบัติอะไรมาปกป้องเธอได้กัน เขาอยากดูแลเธอ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับไม่เคยพึ่งพาเขาเลย หนำซ้ำยังทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งสิ้น!
เมื่อได้ยินเสียงที่ดุดันเข้มงวดของเขา เธอก็อยากอธิบายอย่างมีเหตุผ