ที่คิดจะทำลายตระกูลเหลียว เมื่อครู่เพิ่งพูดออกไปว่าถ้าหากใครกล้ายื่นมือช่วยเหลือสกุลเหลียวละก็ จะถือว่าเป็นศัตรูกับเขาทันที ในเมื่อเขาพูดแบบนี้จะมีใครกล้าช่วยกัน?
คงทำได้แค่มองดูว่าโอวหยางลี่จะยังคงหลงเหลือความรู้สึกต่อเหลียวเว่ยหรือเปล่า ไม่ว่าเขาจะยื่นมือออกมาหรือไม่ ข้อมูลลูกค้าคนสำคัญของสกุลเหลียวก็จะถูกเปิดเผย อีกทั้งบริษัทอื่น ๆ ต่างก็ถูกบริษัทจิ่งฮุบปล้นเข้าเป็นพันธมิตรจนหมดแล้ว
ไม่ว่าโอวหยางลี่จะใส่เงินเข้าไปเยอะแค่ไหนก็เป็นเพียงแค่เงินที่เสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ ตอนนี้สกุลเหลียวคล้ายกับหลุมที่ถูกขุดฝังลึก แน่นอนว่าเป็นที่ไม่น่าพึงพอใจ
ทางด้านของฉีเซิงเทียนที่ตอนนี้ไม่อาจจะรอคำตอบของจิ่งเป่ยเฉินได้ ก็ตัดสินใจลงมือด้วยตัวเอง
แม้ว่าอันโหรวจะจำคำพูดของจิ่งเป่ยเฉินที่เอ่ยถามเธอเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ว่าจะทำให้ตระกูลเหลียวหายไป แต่วันนั้นเธอกลับกำลังเกิดอาการเวียนหัวจนไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรไปบ้าง จึงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
หลังจากที่พักผ่อนที่บ้านเป็นเวลากว่าสี่วัน วันนี้เธอก็สามารถกลับไปทำงานกับจิ่งเป่ยเฉินได้แล้ว
เมื่อเธอมาถึงห้องทำงานของตัวเอง หลินจือเซี๋ยวก็รีบพุ่งเข้ามาที่ห้องทันที ก่อนจะมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าและพูดว่า “โหรวโหรว เธอเป็นหวัดอย่างนั้นเหรอ?”
“ดีขึ้นแล้ว ไม่อย่างนั้นจะมาที่บริษัททำไมกัน?” เธอนั่งลงอย่างเป็นธรรมชาติ หลายวันมานี้ต้องลำบากให้ฉีเซิงเทียนกับหลิ