ของถังซั่วที่คลุมตัวปิดบังตัวเธอไว้บางส่วน ผมที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำทำให้ดูแพรวพราว
นี่เป็นครั้งแรกที่เหลียวเว่ยบอกต่อหน้าเขาว่าอันอีหานก็คืออันโหรว ถ้าหากว่าเธอคืออันโหรวที่แต่งหน้ามาจริง ๆ นั่นหมายความว่าที่เธอทำแบบนี้ต่อหน้าพวกเขาก็เพื่อให้เธอเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมา
เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก มีทั้งความรู้สึกที่ประหม่าและก็ความคาดหวังอยู่เต็มไปหมด
“ประธานจิ่ง เป็นความผิดของภรรยาผมเอง ในเมื่อเธอขอโทษอย่างจริงใจแล้ว ไม่สู้ให้คุณหนูอันเข้ามาให้เธอโค้งขอโทษสักเก้าสิบองศาหน่อยเหรอ จะได้แสดงให้คุณเห็นด้วยว่าเธอตั้งใจขอโทษจริง ๆ” เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
ทันทีที่โอวหยางลี่เอ่ยปาก เหลียวเว่ยก็ได้ยินเสียงของเฉาลี่เฟยดังขึ้น “ยังยืนงงอะไรอยู่อีก ยังไม่เข้าไปขอโทษอีก?”
“เหอะ พวกคุณจะขอโทษยังไงก็ขึ้นอยู่กับพวกเราว่าจะยอมรับมันหรือไม่” จิ่งเป่ยเฉินเค้นเสียงที่เย็นชาพลางเผยรอยยิ้มออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เขาก้มหน้าลงมองคนที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยใบหน้าที่อ่อนโยนและเรียกด้วยน้ำเสียงที่่ดูสนิทสนมมากขึ้น “หานหาน คนคนนั้นคิดอยากจะลากเธอให้ตายไปด้วย ไม่สู้พวกเราเอาตระกูลเหลียวไปเล่นด้วยกันหน่อยดีไหม เธอคิดว่าจะให้พวกเขาหายไปในกี่วันดี?”
“คุณตัดสินใจเอาเลย” น้ำเสียงที่แหบแห้งของเธอยังคงสั่นอยู่เล็กน้อย เพราะว่าน้ำที่ในบ่อน้ำพุนั้นช่างเย็นเสียจริง ๆ
เหลียวเว่ยได้ยินคำพูดของพวกเขาก็