น้าและจ้องมองผู้คนที่สวมเสื้อกาวน์สีขาว ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าหมอหนุ่มที่อยู่ตรงกลาง จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “คุณเป็นหมอประจำตัวของเขาสินะ”
“ใช่ ใช่ครับ!” เขาตกใจเสียงของหมินลี่ที่ดังจนเกินไปจึงได้พูดเสียงดังออกมา
“ฮั่วตงมันตายได้ยังไงกัน หรือว่านายวางยาเขา? หรือว่ามันตายด้วยตัวมันเอง?” หมินลี่หรี่ตามองไปที่เขา ก่อนจะเหลือบมองไปยังคนอื่น ๆ
“อาการของเขาสาหัสมากครับ แน่นอนว่าเขาต้องทรุดและตายไปเอง” เขาตกใจกับคำถามพวกนี้ แต่ก็ได้เอ่ยคำพูดที่ตรงไปตรงมา
“แล้วใครเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องมันตาย?” เขาโบกไม้โบกมือชี้ไปทีละคน “พูดมา!”
การที่เขาตะโกนออกมาแบบนั้น ทุกคนต่างก็เริ่มที่จะส่ายหน้าอย่างแน่วแน่
“หมินลี่ คุณยังบาดเจ็บอยู่ ให้ฉันพูดเอง!” อันโหรวทนต่อไปไม่ไหว ถ้าหากไม่เปลี่ยนเป็นเธอพูดละก็ ไม่มีใครตอบเขาแน่ ๆ
หมินลี่เหลือบมองไปที่เธอ ก่อนจะหันไปมองจิ่งเป่ยเฉินและเดินไปหาเขาด้วยความโกรธ
เธอก้าวเดินไปข้างหน้าแทนที่เขาด้วยรองเท้าส้นสูงอย่างช้า ๆ ใบหน้าซีดเซียวค่อย ๆ ปรากฏรอยยิ้มขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งและฟังดูสยองเล็กน้อย “รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับพยาบาลคนสุดท้ายที่ได้เปิดเผยข่าวของฮั่วตงว่าประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนี้?”
ใบหน้าของผู้คนที่ได้ยินต่างก็ฉายแววสับสน ก่อนจะมองไปที่เธอและส่ายหน้าอีกครั้ง
“คนผู้นั้นก็คล้ายกับฮั่วตงนั่นแหละ” เธอพูดเพียงไม่กี่คำ ก