กล้ ๆ อีกอย่างถังซั่วเองก็ไม่ใช่คนที่จะชอบกินอาหารพวกนั้นด้วย เว้นเสียแต่จะมีเด็กอยู่ เธอเองก็คิดไม่ออกว่าทำไมเขาถึงได้อยู่ที่นั่นเหมือนกัน
แต่เดิมตัวเธอเองก็กังวลจนเกินไป กังวลจนลืมที่จะคิดลึกไปถึงเรื่องนี้
แม้ว่าตัวเธอนั้นคิดอยากจะถามเรื่องของหมินลี่ต่อแต่สุดท้ายก็ต้องกลืนคำพูดพวกนั้นไป เพราะเขายังติดอยู่ในห้วงของคำว่าถังซั่วอยู่ดี
“ตอนนั้นเขาไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นใคร แต่หลังจากนั้นบางทีเขาอาจจะเดาได้ ฉันบอกกับเขาเป็นนัย ๆ แล้วว่าห้ามบอกนาย เพราะงั้นประธานจิ่ง คุณช่วยอย่าคิดอะไรที่มันเหลวไหลจะได้ไหม?” ถ้าหากเป็นไปได้เธอเองก็ไม่ต้องการมานั่งตอบคำถามซักไซ้แบบนี้อีก
โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยแล้ว
เขาเองก็ไม่ได้ตอบคำถามอะไรกับเธอ มีหรือที่เขาจะคิดพูดจาอะไรที่มันเหลวไหลแบบนั้น ทุกอย่างก็แค่อยากเห็นสิ่งที่ถังซั่วคิดอยู่ในใจก็เท่านั้นเอง
บรรยากาศระหว่างทางจนถึงบริษัทจิ่งทั้งสองต่างก็เงียบตลอดทาง แต่ทันใดนั้นเองจู่ ๆ จิ่งเป่ยเฉินก็ถูกฉีเซิงเทียนลากตัวไป เธอจึงเดินไปที่ห้องทำงานอย่างมีความสุขเพียงลำพัง
ระหว่างทางไปยังโรงพยาบาล ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่ฉีเซิงเทียนเหลือบมองไปยังจิ่งเป่ยเฉินด้วยสีหน้าที่เงียบสงบจากกระจกด้านหลังอยู่พักหนึ่งและพูดว่า “พี่เฉิน ถ้าพี่เจอคนที่ชนหมินลี่แล้วพี่จะตกใจ!”
“ไม่หรอก” ถ้าหากไม่ได้ชนอันโหรว เขาไม่มีทางตกใจง่าย ๆ แน่