พลางยื่นน้ำส้มให้เขา “วันนี้ขอบคุณนายมากเลยนะ ฉันจะบอกจิ่งเป่ยเฉินให้ตอบแทนหนัก ๆ เลย ไม่น้อยกว่าเจียงหลิวแน่นอน”
“พูดถึงพวกนั้นทำไมกัน จิ่งเป่ยเฉินจะให้ฉันเท่าไร เธอก็ให้หยางหยางกับหน่วนหน่วนเถอะ ถือว่าฉันซื้อของเล่นให้!” เกาเซินถือแก้วไวน์ขึ้นมาชนแก้วเธอ
“ของเล่นเด็ก ๆ เยอะแล้ว” เธอวางแก้วน้ำลง ก่อนจะหยิบตะเกียบและมองเขา “กินข้าวกันเถอะ! หิวจะแย่แล้ว!”
เกาเซินไม่รอช้า วันนี้เขาวุ่นตั้งแต่เช้า รู้สึกหิวมากจริง ๆ
หลังจากที่กินข้าวเสร็จ เกาเซินก็ไม่ได้รีบร้อน เขาค่อย ๆ เช็ดปากอย่างช้า ๆ พลางมองเธอและหัวเราะออกมา “ถังซือเถียนกับเธอไม่ถูกกันงั้นเหรอ?”
“นายไม่ได้บอกว่าไม่รู้จักเธอเหรอ?” อันโหรววางกระดาษทิชชูลง ก่อนหน้านี้ถังซือเถียนบอกจะเรียกเขามา เธอคิดว่าทั้งสองคนน่าจะรู้จักกันแม้ความสัมพันธ์จะไม่ได้ลึกซึ้งก็ตาม
“ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ติดต่อมาเมื่อเร็ว ๆ นี้คือของตระกูลถัง เคยเจอกันหนึ่งครั้ง ไม่ถือว่ารู้จักหรอก” เขายอมไม่รู้จักจะดีกว่า
แต่หลังจากวันนี้ ไม่แน่ว่าตระกูลถังอาจจะไม่เซ็นสัญญากับเขาแล้ว หากถังซั่วได้ยินเรื่องนี้จากถังซือเถียนละก็ คงไม่ต้องการร่วมงานกับเขาแน่ ๆ
“เดี๋ยวก่อน นิ้วของเธอสวมแหวน เกิดอะไรขึ้น?” เขาที่เพิ่งนึกขึ้นได้เอ่ยถามทันที
อันโหรวตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ “เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา นายก็รู้ว่าฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว สวมแหวนมันสะดวกกว่า”
ทันใดนั้นเกาเซินก็นึกถึงฉีหยวนหย