้วยงั้นเหรอ?”
พวกเขากำลังวางแผนเรื่องการนัดบอดแบบกลุ่มหรือยังไง?
“เป็นป้าจิ่งโทรศัพท์ให้พวกเรามาต่างหาก” ถังซั่วยิ้มอย่างนุ่มนวล ดวงตาของเขาเหม่อลอยท่ามกลางพวกเขาสองคน
“ใช่แล้ว! ก็เห็นเขาบอกนัดบอดคนเดียวมันน่าเบื่อ นี่มีตั้งสิบสองคน พวกเราต่างก็เป็นหนุ่มโสด ก็คงต้องเล่นสนุกกันหน่อย!” ฉีเซิงเทียนแบมืออย่างจนปัญญา “ไปกันเถอะ! ต้องมีผู้หญิงดี ๆ สักคนแน่ เกรงว่าครั้งนี้พวกเราคงได้เจอหยกเนื้อหอมที่ชวนให้ผู้อื่นหลงใหลแน่นอน”
พวกเขาทั้งสามคนเดินนำไปข้างหน้า โดยมีจิ่งเป่ยเฉินกับอันโหรวเดินอยู่ด้านหลังอย่างช้า ๆ แต่จู่ ๆ เอวของเธอก็ถูกมือใหญ่ตวัดมาโอบอีกครั้ง ทั้งยังกอดเธอไว้แน่นด้วย
ทางเดินสว่างไสวขนาดนี้ ทั้งยังมีผู้คนเดินเข้าออกเป็นระยะ ๆ จิ่งเป่ยเฉินนี่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ?
“นี่นายวางแผนจะกอดฉันไปนัดบอดหรือยังไง?” เสียงแหบแห้งของเธอดังเป็นพิเศษ ช่วงระหว่างทางเดินด้านหน้าที่มีหมินลี่อยู่เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองพวกเขาหนึ่งครั้ง
สายตาของเขานั้นมองไปยังมือที่โอบเอวของอันโหรวไว้ ก่อนที่ฝีเท้าจะหยุดลง “พวกคุณสองทำอะไรกัน?”
เสียงของเขาที่ดังและใหญ่ ทำให้ฉีเซิงเทียนและถังซั่วหันมามองที่พวกเขาเช่นกัน วันนี้ฉีเซิงเทียนได้เห็นเรื่องราวเป็นครั้งแรกก็เลยไม่ได้แปลกใจอะไรกับภาพตรงหน้า
และถังซั่วเองที่รู้จักหยางหยางและหน่วนหน่วนอยู่แล้ว เขาก็ไม่รู้สึกแแปลกใจเท่าไรนัก จะมีเพียงแค่หมินลี่ที่มองดูพวกเข