าด้วยความงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งยังอ้าปากค้างรอคำตอบจากพวกเขาอยู่
จิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองไปที่พวกเขา ก่อนจะเอ่ยคำพูดอย่างแผ่วเบาแต่ดูเย็นชาไปว่า “กล่าวอำนาจอธิปไตย”
“บ้าเอ๊ย!” หมินลี่พูดเสียงดังออกมา บนใบหน้าไม่อาจปกปิดความประหลาดใจเอาไว้ได้เลย
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะคุ้นเคยกับเสียงที่ดังของเขาอยู่แล้ว แต่จิ่งเป่ยเฉินเองก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น ส่วนทางด้านอันโหรวก็เอามือของเธอปิดหูเอาไว้ “ประธานจิ่งวันนี้สุขภาพไม่ค่อยดี เดินไม่ค่อยถนัดเท่าไร ฉันเป็นแค่ไม้ค้ำให้เขาก็เท่านั้น!”
“ไม่เห็นจะเข้ากันสักนิด……” หมินลี่ยังไม่ทันพูดอะไรมาก ทันใดนั้นก็ถูกฉีเซิงเทียนเตะเข้าไปที่ขา ก่อนที่เขาจะโมโหขึ้นมา ฉีเซิงเทียนก็หรี่ตามองไปที่เขาและเอ่ยเสียงเบา ๆ ไปว่า “แกอยากตายหรือยังไง?”
“ไม้ค้ำนี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน!” หมินลี่มองพวกเขาด้วยรอยยิ้มและรีบหันหลังกลับเดินไปยังห้องรับรองส่วนตัวทันที
พวกเขาต่างก็เดินเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัวที่ค่อนข้างใหญ่โต เมื่อเข้าไปแล้วอันโหรวก็พบว่าพวกเขาจู่ ๆ ก็หลบมาเดินที่ข้างหลัง ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยถามอะไรไป พวกเขาก็เข้าไปที่ห้องข้าง ๆ แล้ว ส่วนจิ่งเป่ยเฉินก็พาเธอเข้าไปข้างใน
ร่างของเธอชิดพิงกำแพง ที่แท้เขาก็หลอกให้เธอเข้ามาข้างในนี่เอง ก่อนจะมองดูมือที่ขยับเข้ามาใกล้ใบหน้า เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “คุณไม่ไปนัดบอดแล้วเหรอ?”
เขายังคงโอบเอวของเธอแน่น ก่อนจะจ้องมองไปที่