ม่ไม่ได้มาที่นี่เพราะเรื่องนี้ด้วย” เธอยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะมองลงไปที่เขา ถ้วยน้ำชาบนโต๊ะถูกยื่นไปให้เขา “ฉันรู้ว่าแกไม่ชอบนัดบอด เพราะคุณภาพพวกนั้นล้วนต่ำจนเกินไป แต่เมื่อคืนฉันช่วยจัดแจงให้แล้วกว่าสิบสองคน เป็นคนที่ดีเลิศทั้งนั้น ลูกช่วยเลือกสักคนจะได้ไหม?”
เขายิ้มอย่างเฉยเมยและเอ่ยถามไปว่า “ทำไมไม่เป็นสิบสองนักษัตรไปเลย”
“สิบสองนักษัตรอะไรกัน? ถ้าหากลูกชอบละก็ แม่จะได้ยอมรับเรื่องพวกนี้ เด็ก ๆ พวกนี้อายุก็สิบแปดปีแล้ว ก็โอเคนะ!” ดวงตาของซูรั่วหยาพลันเป็นประกายขึ้นมาทันที “เฉินเอ๋อร์ ถ้าหากว่าคืนนี้เด็กทั้งสิบสองคนนั้นลูกไม่ชอบ พรุ่งนี้แม่จะจัดแจงพวกสิบสองนักษัตรให้เลยเป็นยังไง!”
จิ่งเป่ยเฉินหยุดมือที่กำลังจะยกถ้วยชาทันที ใบหน้าอันเฉยเมยของเขาในตอนนี้คุมไม่ไหวแล้ว
เขาแค่เอ่ยปากพูดเล่นไปแบบนั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจริงจังถึงขนาดจะจัดแจงให้จริง ๆ
ซูรั่วหยาเบิกตากว้างมองไปที่เขาด้วยท่าทีที่คาดหวัง ไม่รู้คำพูดนั้นเขาจะตอบรับไหม
ทันใดนั้นมือของเขาก็หยุดลง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ด้านข้างและกดโทรออก เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ค่อนข้างเย็นชา เพื่อให้แม่มองดูตน “เข้ามานี่ที!”
ซูรั่วหยามองท่าทางของเขาแล้วก็เกิดความสงสัย ก่อนจะยิ้มและเอ่ยถามออกมาว่า “ลูกจะทำอะไร สรุปจะไปหรือไม่ไป?”
“วันนี้งานผมยุ่งมากเลย” เขาเอ่ยประโยคนี้ทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะดื่มชาเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมาอีกค