ห้ามบอกใครสักคนเด็ดขาด!” ตอนอยู่บริษัทเธอคืออันอีหาน ไม่ใช่อันโหรว
“น่าเสียดายใบหน้าสวย ๆ นั้น ฉันคงไม่มาแต่งหน้าขี้เหร่แบบนี้แน่ ๆ” หลินจือเซี๋ยวเอามือไปแตะที่ใบหน้าของตัวเอง “โชคดีจังที่ฉันไม่ได้ขี้เหร่ขนาดนั้น”
“น้าจือเซี๋ยวสวยมากอยู่แล้วค่ะ!” หน่วนหน่วนยิ้มหวานให้ ดวงตาที่กลมโตของเธอราวกับพระจันทร์เสี้ยวที่เปล่งประกาย
“เด็กดี พูดได้ดีจริง ๆ น้ารักหนูมาก!” หลินจือเซี๋ยวรู้สึกนิด ๆ ว่าคำพูดของหน่วนหน่วนมันดูสมบูรณ์แบบเกินไปจริง ๆ
เมื่อกินข้าวเรียบร้อยแล้ว อันโหรวก็แต่งหน้าเป็นแบบขี้เหร่เหมือนเมื่อวันก่อน หลังจากนั้นก็ไปส่งพวกเขาที่โรงเรียนอนุบาล
ที่ประตูโรงเรียนอนุบาล หยางหยางจับมือของอันโหรวและมองเธออย่างจริงจัง “แม่จ๋า ถ้าหากเขารังแกแม่ แม่จะต้องบอกผมนะ ผมจะช่วยแม่แก้แค้นเอง!”
เธอจะบอกหยางหยางได้ยังไง เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องรังแกหรอก
เธอยิ้มและพูดขึ้น “แม่จ๋าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกรังแกหรอกค่ะ ดูแลน้องดี ๆ นะ เดี๋ยวแม่มารับช่วงบ่ายนะคะ”
“อืม” อันหยางปล่อยมือออกจากแม่ของตน ก่อนจะจับมือหน่วนหน่วนและเดินเข้าไปในโรงเรียน
เธอยืนดูพวกเขาเข้าไป ก่อนที่ตัวเองจะออกไป จากที่นี่ไปถึงบริษัทจิ่งไม่ได้ไกลมากเท่าไร เธอจึงขับรถมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมาถึงเธอกลับเห็นโอวหยางลี่ยืนอยู่หน้าตึกของบริษัทจิ่งอย่างคาดไม่ถึง
เขามาที่นี่ทำไมกัน?
เดิมทีเธอต้องการที่จะจอดรถไว้ด้านนอก เพียงแต่ว่าเมื่อเ