งต่อ ก่อนจะก้มหน้ามองลงไปยังทะเบียนสมรส และเงยหน้าขึ้นพลางตะโกนอย่างดีใจ “พ่อจ๋า!”
เธอรู้ดีว่าจิตใจของจิ่งเป่ยเฉินเป็นยังไง แน่นอนว่าเธอก็พอจะคุ้ยเคยกับชื่อใหม่แบบนี้อยู่แล้ว เธอจึงรีบตะโกนออกมาด้วยความรวดเร็ว เผยให้เห็นถึงท่าทางที่มีความสุข
ในทางกลับกัน ใบหน้าของหยางหยางที่มีท่าทีเย็นชาก็เผยให้เห็นเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น
ความสัมพันธ์ทางสายเลือดมักเป็นสิ่งมหัศจรรย์เสมอ
“ดีจริง ๆ!” จิ่งเป่ยเฉินเอื้อมมือไปแตะแก้มของเธอและอธิบายต่อว่า “พ่อจะเป็นพ่อที่ดีให้กับหน่วนหน่วนนะ!”
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนราวกับสายน้ำไหล อันโหรวหยิบตะเกียบตรงหน้าขึ้นมา “จิ่งเป่ยเฉินให้ลูก ๆ กินข้าวได้แล้ว! นายอยากจะให้พวกเขาหิวข้าวหรือยังไงกัน?”
“โทษที ฉันมีความสุขมากเกินไปหน่อย” จิ่งเป่ยเฉินไม่ปิดบังที่จะพูดออกมาว่าตัวเองมีความสุข ถึงแม้ว่าหยางหยางจะไม่ได้เรียกเขา แต่มีหน่วนหน่วนเรียกแบบนี้ เขาเองก็พอใจแล้ว
ส่วนหยางหยาง เขาคิดว่าคงไม่ต้องรีบร้อนมากนัก
“นายมีความสุขเร็วเกินไปแล้ว!” อันโหรวเหลือบมองไปยังจุดที่นั่งของเขาและพูดว่า “นายแน่ใจเหรอว่าจะนั่งตรงนั้นและป้อนอาหารให้หน่วนหน่วนกิน?”
“แน่นอนสิ!” จิ่งเป่ยเฉินหันหน้าไปมองเธอและพูดต่อ “ฉันไม่ได้ให้เธอมาสอนฉันนะ ยังไงซะหลังจากนี้เธอก็ต้องมีลูกให้ฉันอีก”
“ใครบอกนายกัน!” เธอหันหน้าหนีและไม่สนใจเขาอีก
ยังไม่ทันได้ปรึกษาหารืออะไรกันด้วยซ้ำ แต่นี่เท่ากับประกาศโต้ง