ายส่วนบนของเขาเกือบจะเอียงไปพิงตัวของเธอ ดวงตาเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มก่อนจะกระซิบไปว่า “โหรวโหรว ความจริงหยางหยางไม่ได้ดูเกลียดฉันเหมือนที่เธอพูดเลยนี่”
เขารู้สึกว่าหลังจากนี้พวกเขาจะเป็นครอบครัวที่กลมเกลียวและมีความสุขมากขึ้นอย่างแน่นอน
อันโหรวเอียงหน้าเล็กน้อย ริมฝีปากแนบชิดไปโดนแก้มเขาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เธอก็ไม่ได้ลืมเรื่องพวกนี้ก่อนจะบอกไปว่า “ฉันยังไม่บอกพวกเขาเลยว่านายเป็นพ่อของพวกเขา นายช่วยให้เวลาฉันหน่อยนะ!”
เธอพูดจบก็ปล่อยแขนของจิ่งเป่ยเฉิน จิ่งเป่ยเฉินจึงนั่งลงแบบปกติทันที เมื่อบริกรนำอาหารเข้ามาเสิร์ฟเรียบร้อยก็เดินออกไป ทันใดนั้นเขาก็ได้หยิบทะเบียนสมรสสีแดงหนึ่งหรือสองใบออกมาจากกระเป๋าที่อยู่ข้างในสูทของเขาและยื่นไปตรงหน้า “หยางหยาง หน่วนหน่วน รู้ไหมว่านี่คืออะไร?”
“จิ่งเป่ยเฉิน!” อันโหรวมองไปยังทะเบียนสมรสที่อยู่ในมือของเขา ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งทันที “นาย….”
ตอนที่เขามาถึง เขาไม่คิดอยากให้ลูก ๆ ของตัวเองเรียกเขาว่าคุณลุงจิ่งหรอกนะ
จิ่งเป่ยเฉินวางทะเบียนสมรสเอาไว้ ก่อนจะจับข้อมือของเธอและเงยหน้าขึ้นมอง “ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนขี้อาย เดี๋ยวฉันจะช่วยเธอพูดเอง”
“จิ่งเป่ยเฉิน ฉันไม่จบกับนายแน่ ๆ!” เธอโกรธก่อนจะนั่งลงไปและแอบคิดว่าถ้าหากมีเวทมนตร์ละก็ เธอจะเสกให้ทะเบียนสมรสพวกนี้หายไปซะ