็เห็นอันหยางที่อยู่ข้าง ๆ เธอ ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เย็นชาแบบนี้คล้ายเขาถึงหกเจ็ดส่วน ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมก่อนหน้านี้อันโหรวถึงไม่ให้พวกเขาได้พบหน้ากัน
“คุณลุงจิ่ง?” อันหยางเองก็เอ่ยออกมาเบา ๆ เช่นกัน
คุณลุงจิ่ง? บอกตามตรงเขาไม่ชอบคำเรียกชื่อแบบนี้เลย เพียงแต่หยางหยางไม่ชอบเขาแบบนี้ อีกทั้งนิสัยที่ดูใจเย็นและเอ่ยวาจาแบบนั้นมันเหมือนกับเขามาก เป็นลูกชายของเขาจริง ๆ นิสัยแบบเดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน
“สวัสดี พบหน้ากันครั้งแรกสินะ” จิ่งเป่ยเฉินยื่นมือไปหาเขาด้วยความรู้สึกประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่คิดจะจับมือกับใครสักคนจนรู้สึกว่าตัวเองนั้นเกิดความประหม่าขึ้นมา นิ้วทั้งห้าสั่นเล็กน้อย ดวงตาสีดำจับจ้องไปที่เขาโดยไม่กะพริบตา
อันโหรวยืนดูปฏิกิริยาของพวกเขาก็รู้สึกได้ว่าหยางหยางคงไม่ปฏิเสธการจับมือกับเขาแน่ ๆ เขาเป็นสุภาพบุรุษมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว
ภายใต้การจ้องมองของพวกเขาทั้งสามคน ในที่สุดอันหยางก็ได้ยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาจับ ก่อนจะเขย่ามันเบา ๆ จากนั้นก็ได้ดึงมือกลับไป ตอนนี้บริกรได้นำอาหารเข้ามาเสิร์ฟ จิ่งเป่ยเฉินจึงลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ อันโหรว
ทันทีที่เขานั่งลง หน่วนหน่วนก็จ้องมองไปที่พวกเขาทั้งสองคน จู่ ๆ ก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาและพูดว่า “คุณลุงจิ่งกับพี่ชายเหมือนกันจังเลย!”
อันโหรวได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปเล็กน้อย ขณะนั้นจิ่งเป่ยเฉินก็ขยับเข้ามาใกล้ เขาใช้โอกาสนี้เอนตัวเข้าไปกระซิบกับเธออย่างเบา ๆ
ร่างก