งเลว่าควรทุบไปที่หัวของจิ่งเป่ยเฉินดีไหม
ถ้าหากทุบหัวเขาจนสลบไป เขาจะตายอย่างน่าสังเวชเลยไหมนะ?
เมื่อเดินออกมาจากห้องรับรอง เธอก็พลันเงียบไม่พูดไม่จา ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ผู้ชายที่ให้บอดี้การ์ดมาเฝ้าอยู่นอกห้องเหมือนเมื่อห้าปีก่อน หรือว่าที่เขาทำแบบนี้ในตอนนั้นก็แค่อยากหาใครสักคนมารับฟังมุมแปลก ๆ ของเขาบ้าง
เอ่อ……….
น่าขยะแขยงสิ้นดี!
“โอวหยางลี่คอยตามเธออยู่ตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้มารบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ ไม่ต้องใส่ใจหรือเก็บมาคิดใส่สมองกับคนที่เพิ่งมาแบบนั้นหรอก!” ทันทีที่เขาก้มหน้าลงมาก็เห็นเธอแลบลิ้นออกมา สีหน้าและแววตาของเธอนั้นดูแปลกพิลึกชอบกล
“ทำไมเธอไม่ไปเป็นเทพยดานะ!” ท่าทางไม่เพียงแต่พิลึกแล้วยังไม่เอ่ยปากพูดสักคำ
“ฉันชอบที่ได้เป็นสามีของเธอ ซ้อมเรียกฉันก่อนสักหน่อยดีไหม ฉันจะตั้งใจฟังอย่างดีเลย” เขาพาเธอเข้าไปในลิฟต์และยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ
“โอวหยางลี่คงไม่ได้อยู่ด้านนอกใช่ไหม? คงจะไม่ถูกจับได้โดยทันทีหรอกนะ”
“ไม่อยู่ ทีมโอวหยางมีปัญหากันนิดหน่อย เขากลับไปแล้ว”
“นายเป็นคนทำหรอ?”
“อืม”
“นายพูดอ้อมหน่อยไม่ได้หรือยังไง ไม่คิดว่าจะตอบกันตรง ๆ แบบนี้!” เธอเคยชินแบบนี้แล้วจริง ๆ เมื่อเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นจะต้องมีเขาบงการอยู่เสมอ
เธอไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย หากโอวหยางลี่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ก็คงถามคำถามเดียวกัน เขาก็จะเอียงคอและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ‘เป็นเขาเอง’
จิ่งเป่ยเฉินนายมันยิ