นไว้ไม่ได้ค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าตอนนี้ได้หายไปแล้ว ตอนนี้เธอกำลังยืนตัวตรงอยู่
จิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองไปที่เธอ ก่อนจะหยิบปากกาที่เขาเพิ่งวางลงขึ้นมาอีกครั้งและพูดอย่างใจเย็นว่า “บังเอิญด้วยสิที่ผู้จัดการแผนกบุคคลป่วยและลาออกไป หลินจือเซี๋ยวกลับมาพอดี ให้เธอไปทำงานที่นั่นก็แล้วกัน”
“ค่ะ!” เธอตอบกลับเสียงดัง แต่หัวใจเธอกลับเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลริน
บิ๊กบอสไม่ได้จะให้เธอกลับมาเป็นเลขา? ถ้ารู้แต่แรกเธอคงไม่กล้าพูดแน่
หลินจือเซี๋ยวจะถูกให้ไปทำงานที่แผนกบุคคล กล่าวอีกนัยหนึ่ง ที่ผ่านมาเธออาจดำรงตัวแทนของหัวหน้าเลขา แต่นับจากนี้ไปเธอจะกลายเป็นเลขาอย่างเป็นทางการ
จิ่งเป่ยเฉิน นายมันโหดเหี้ยม!
หลังจากที่เห็นอันโหรวมีท่าทีหงุดหงิด จิ่งเป่ยเฉินก็ทำท่าสบายใจมากขึ้น เรื่องที่หลินจือเซี๋ยวกลับมานั้น เขาได้วางแผนไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งในจังหวะที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลลาออกและตำแหน่งก็ว่างพอดี เขาจึงส่งเธอไปเสียบแทนทันที
ตำแหน่งเดิมของเธอ เขารู้อยู่แล้วว่าเธอมีความสามารถมากเกินพอ เขาเชื่อว่าหลินจือเซี๋ยวจะแสดงความสามารถได้เป็นอย่างดี
หลังจากที่ออกจากห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน เธอก็แทบรอไม่ไหวที่จะโทรกลับไปหาหลินจือเซี๋ยวและแจ้งข่าวร้ายให้กับเธอ แต่ใครจะรู้ว่าหลินจือเซี๋ยวหลังจากที่ได้รู้เรื่องนี้ เธอไม่เพียงแต่จะไม่เสียใจที่ถูกแย่งตำแหน่งไปเท่านั้น หนำซ้ำเธอยังมีความสุขมากเสียจนอยากจะซื้อประทัดไปจุดเฉลิมฉ