ปและพูดว่า “ผมผิดไปแล้ว พี่เฉินพี่ช่วยผมหน่อยเถอะนะ นะ นะ”
“ฉันยังไม่เคยไปสักครั้ง จะรู้ได้ยังไง?” เขาเผยใบหน้าที่สงบ ดวงตาสีดำจับจ้องไปที่คนตรงหน้า
ฉีเซิงเทียนย้ายเอกสารที่เพิ่งถูกย้ายไปกลับมาวางที่เดิมตรงหน้าเขาอีกครั้ง
ภายในห้องทำงานเต็มไปด้วยความเงียบเพียงชั่วครู่ คิ้วทั้งสองข้างของฉีเซิงเทียนก็ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน “แม้ว่าผมจะไม่มีปัญหาเรื่องผู้หญิง แต่ผมก็ไม่คิดเรื่องแต่งงานหรือกลับบ้านเลยสักครั้ง! ผมไม่ได้เป็นพวกไม้ป่าเดียวกันด้วย!”
“อา…” จิ่งเป่ยเฉินเค้นเสียงอย่างเย็นชาโดยไม่คิดตอบเป็นคำพูด
“พี่เฉิน อย่าเป็นแบบนี้สิ ผมเครียดนะ” เขาได้รับบทลงโทษแล้ว สายตาแบบนี้มองยังไงก็ต้องให้เขาไปนัดบอดแน่ ๆ ซึ่งนั่นมันจะวุ่นวายสำหรับตัวเขาจริง ๆ
จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้สนใจตัวเขาเท่าไร ขณะที่มือก็แตะไปยังแป้นพิมพ์อยู่ตลอดเวลา ดวงตาสีดำของเขาจ้องมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ฉีเซิงเทียนที่นั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานานอดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็น เหลือบมองไปดูว่ามีอะไรอยู่บนหน้าจอกันแน่
“เค้กวันเกิด? วันเกิดใคร?” ฉีเซิงเทียนถามอย่างงุนงงกับจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะค่อย ๆ ดูตามภาพที่จิ่งเป่ยเฉินเลื่อนไปมา
“วันชาติจีน”
“อะไรนะ?” ฉีเซิงเทียนเริ่มสงสัยอย่างจริงจังว่าเขาฟังผิดไปหรือเปล่า กระทั่งเหลือบไปเห็นเวลาที่แสดงบนคอมพิวเตอร์โดยบังเอิญ วันนี้เป็นวันที่ 27 กันยายน ไม่ใช่วันชาติจีนถูกจัดขึ้นวันที่ 1 เดือนตุลาคมหรอกเ