่ง เพราะดูเหมือนว่าหลังจากนี้ฉีเซิงเทียนคงจับตามองแน่ ๆ เธอจะไม่ยอมให้เขาคิดถึงเรื่องลูกของเธอเป็นอันขาด
“ผู้หญิงคนนี้ไม่คิดก้าวหน้าเลยจริง ๆ เลื่อนตำแหน่งพร้อมกับเลื่อนเงินเดือนก็ไม่เอา” ฉีเซิงเทียนมองยาในมือแล้วคิ้วขมวดขึ้น ต่อไปคงไม่กล้าพูดจามั่ว ๆ กับคุณป้าจิ่งแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ถูกจิ่งเป่ยเฉินเอามีดแทงจริง ๆ แน่
ช่างเถอะ จิ่งเป่ยเฉินผู้มีประสบการณ์ในการจัดการเรื่องนัดบอดหญิงเยอะแบบนั้น อย่างน้อยเขาก็ควรไปถามความเห็นจากเขาถึงจะดีที่สุด
ฉีเซิงเทียนนั่งในห้องทำงานสักพักหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองไปยังนาฬิกา เป็นเวลาสี่โมงห้าสิบนาทีแล้ว เขาถือถุงยาในมือก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน
เมื่อผลักประตูเข้าห้องไปก็เห็นจิ่งเป่ยเฉินที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง ทำท่าทางจริงจังอย่างมาก
“ดูท่าจะเจอปัญหาที่ยากลำบากแล้วสินะ?” ฉีเซิงเทียนนั่งลงตรงข้ามกับเขา ก่อนจะวางยาเหล่านั้นไว้ที่มือของเขา
จิ่งเป่ยเฉินเหลือบสายตามองไปยังยาพวกนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาแวบหนึ่งและพูดว่า “อันอีหานไปแล้วเหรอ?”
“ไม่ไปแล้วจะให้ฉันมาได้ไงเล่า?” ฉีเซิงเทียนเหลือบมองไปยังคนที่อยู่ตรงหน้าเขาและพูดว่า “พี่เฉิน ผมที่ดูแลพี่แบบนี้ วันนี้น้องชายต้องไปนัดบอด ช่วยบอกผมหน่อยเถอะว่าจะปฏิเสธยังไงดี”
“ไม่รู้สิ”
“ไม่รู้ได้ยังไง พี่ผ่านศึกแบบนี้มาตั้งหลายร้อยรอบ ทำไมจะไม่รู้?” ฉีเซิงเทียนย้ายเอกสารตรงหน้าของเขาออกไ