ะ” อันโหรววางยาไว้ที่โต๊ะทำงานของเขาและบอกว่า “ขอตัวก่อนนะคะ!!”
“เดี๋ยวก่อน ถ้าผมช่วยคุณแล้ว ผมจะได้อะไรจากการช่วยนี้?” เมื่อฉีเซิงเทียนได้ยินว่าเธอจะไปรับลูก ดวงตาของเขาก็พลันวูบไหว เหมือนกับว่าจะโยนภาระมาให้เขาจัดการอยู่ตรงหน้ายังงั้นแหละ?
ไม่เห็นจำเป็นต้องให้ยาพวกนี้เลยด้วยซ้ำ เขาคิด
“ผู้จัดการฉีคุณคิดจะให้ฉันทำอะไรคะ?” อันที่จริงเธอก็คิดไม่ว่าออกว่าถ้าเขาช่วยแล้วเขาจะได้อะไร ถ้าหากเรื่องงานละก็ มันคงจะจัดการได้ง่ายกว่านี้
“ลูกเธอให้ฉันไปรับก็ได้ โอเคหรือเปล่า พอดีคืนนี้ฉันต้องไปนัดบอด และฉันก็ไม่ค่อยชอบเรื่องพวกนี้ด้วย ช่วยให้ลูกของเธอเรียกฉันว่าพ่อสักคำก็ได้ ช่วยแค่นี้ได้ไหม? ไม่อย่างนั้นฉันจะสลัดหลุดได้ยังไง ส่วนเรื่องพี่เฉินอะไรนั่นต่อให้เธอรบกวนอะไรละก็ ฉันจะไม่ปฏิเสธเลยจริง ๆ นะ” เมื่อเธอก็ได้ยินเขาพูดก็แอบถอนหายใจ พลางคิดว่าควรตอบรับเขาดีไหม
“ผู้จัดการฉีอัจฉริยะจริง ๆ นะคะ ถึงคิดวิธีพวกนี้ออกมาได้ ทำไมคุณไม่ไปหาผู้หญิงสักคน ถ้าหากใช้ลูกแอบอ้าง ถ้าเกิดพ่อแม่คุณได้ยินเข้า คุณจะเอาเด็กพวกนั้นกลับไปไหว้บรรพบุรุษเหรอคะ? เอาเป็นผู้หญิงคนอื่นจะสะดวกกว่าหรือเปล่า” เธอไม่ต้องการให้หยางหยางและหน่วนหน่วนได้พบกับฉีเซิงเทียนจริง ๆ
ส่วนเรื่องถังซั่วนั้นไม่ต้องพูดเธอก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ถ้าหากเป็นฉีเซิงเทียนที่อยู่ใกล้ชิดกับจิ่งเป่ยเฉินก็ว่าไปอย่าง เรื่องสกุลฉีที่เป็นผู้ช่วยของบริษัทจิ่งม