กที่โทรเพียงครั้งเดียวเธอก็ต้องเก็บข้าวของและมุ่งตรงไปยังสนามบิน
ด้วยงานพวกนี้เธอบอกว่าน่าจะอย่างน้อยหนึ่งเดือนถึงจะกลับมาได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งว่าอันโหรวจะต้องเป็นเลขาให้จิ่งเป่ยเฉินเป็นเวลาหนึ่งเดือนแทนเธอนั่นเอง
คนในแผนกวางแผนทุกคนที่กำลังเฝ้าดูอันโหรวที่มาทำงานได้ไม่นานก็ต้องเก็บข้าวของด้วยสีหน้าบึ้งตึง นั่นทำให้ทุกคนต่างกระซิบกระซาบพูดคุยกันในทันที
ฉิวซีอยากจะเห็นเธอเสียใจมาก ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสดี ๆ แบบนี้อีกเมื่อไหร่ เธอถือถ้วยกาแฟก่อนจะยิ้มและเดินไปข้าง ๆ อันโหรว “อะไรกัน ถูกเลิกจ้างตั้งแต่แผนแรกยังไม่เสร็จแบบนี้ ดูท่าประธานจิ่งคงสั่งไล่ออกสินะ สมกับเป็นประธานจิ่งจริง ๆ การตรวจสอบของเขาย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน”
อันโหรวหยุดมือที่กำลังถือปากกาไว้ชั่วคราว ก่อนจะวางลงในกล่องอย่างไม่สนใจ และพูดอย่างใจเย็นว่า “ใครบอกเธอว่าฉันถูกไล่ออก?”
ในความเป็นจริงเธอนั้นแอบดูจิ่งเป่ยเฉินตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อเห็นชายคนนั้นบ่งบอกชัดเจน ตัวเธอก็ไม่ได้สบายใจ แต่ในเมื่อเป็นหัวหน้าใหญ่ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากทำตามไปแบบนั้น
หัวหน้าเลขา?
เหอะ เหอะ……
ในใจของเธอมีแต่เสียงที่เย็นชา จากแผนกวางแผนกลายเป็นเลขา ดูท่ามีแต่จิ่งเป่ยเฉินเท่านั้นแหละที่่คิดแบบนี้ได้
ไม่เคยปล่อยให้สบายใจสักครั้งเลย!
“ไม่ได้ถูกไล่ออก แล้วเธอจะเก็บข้าวของทำไมกัน ได้เลื่อนตำแหน่งงั้นเหรอ?” ฉิวซีจิบกาแฟอย่างอารมณ์ดี กาแฟที่ขมเล็กน้อยเมื