ือเซี๋ยวเปิดประตูออกมา ก็พบทั้งสามคนยืนรออยู่ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม สายตาของเธอมองไปยังอันโหรวที่ไม่ได้แต่งหน้า ก่อนจะพูดขึ้น “โหรวโหรวทำไมออกไปในสภาพแบบนี้ เดี๋ยวก็ทำให้ผู้ชายทุกคนหัวใจละลายกันพอดี”
“น้าจือเซี๋ยว ละลายอะไรกัน แค่ผู้ชายดี ๆ คนเดียวก็พอแล้ว” หยางหยางยกมือน้อย ๆ พร้อมกับถุงชอปปิงที่อยู่ในมือขึ้น “น้าเอาไปทำกับข้าวนะ!”
“หนูน้อย น้านี่รักพวกหนูจริง ๆ!” หลินจือเซี๋ยวรับถุงชอปปิงไว้ในมือ ก่อนจะจุ๊บหยางหยางที่แก้มและปล่อยให้พวกเขาเข้ามาในห้อง
“เดี๋ยวก่อน! ที่เด็กน้อยพูดเมื่อครู่ บอกว่ามีผู้ชายคนเดียวนี่หมายถึงใคร ถึงขั้นรับสมัครแล้วเหรอ!” หลินจือเซี๋ยวคว้าตัวหยางหยางไว้และพูดว่า “รีบพูดเร็วเข้า!”
หยางหยางเงยหน้าขึ้นมองแม่จ๋าที่อุ้มหน่วนหน่วนเข้าไปในห้อง ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไร เช่นนั้นก็หมายความว่าเขาสามารถพูดได้อย่างสบายใจเลยสินะ
ด้วยเหตุนี้เขาถึงได้พูดความจริงออกไป!
“ประธานบริษัทสกุลถัง ถังซั่ว!” หยางหยางยิ้มด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสา และใช้ช่วงเวลาที่อันโหรวกำลังดูแลหน่วนหน่วนให้นอนกลางวันอยู่นั้นพูดออกไป เขาต้องรีบบอกเรื่องนี้ให้หลินจือเซี๋ยวรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น
โดยช่วงเวลาที่ถังซั่วมองไปยังแม่จ๋าของตน ดวงตาของเขาบ่งบอกถึงความหลงใหล ดวงตาของเขานั้นบ่งบอกถึงความชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง มันเลยทำให้หลินจือเซี๋ยวเอ่ยถามชัด ๆ ก่อนจะรับรู้ว่าเมื่อคืนตัวเธอนั้นไ