อันโหรวเหลือบไปมองเธอก่อนจะหั่นผักต่อ“เธอรีบบอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ อยากรู้จะแย่อยู่แล้ว!” เธอที่อยู่ในบริษัทจิ่ง กว่าจะรู้ว่าอันโหรวออกไปกับจิ่งเป่ยเฉิน พวกเขาก็ออกไปได้ครึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว“บิ๊กบอสก็มีมุมใจดีด้วยนะ ยิ่งกว่านั้นไม่จับตาดูฉันตลอดด้วย” ไม่อย่างนั้นฉันก็คงหนีออกมาไม่ได้ง่าย ๆ แบบนี้หรอก“แบบนี้ก็ดี!” หลินจื่อเซี๋ยวเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างมือ แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดีหลังอาหารเย็น อันโหรวก็ให้เด็กน้อยทั้งสองไปอาบน้ำและดูพวกเขาหลับ จากนั้นเธอจึงไปอาบน้ำ เปลี่ยนเป็นชุดนอนและเอนนอนลงบนเตียงอย่างสบายในที่สุดก็หลับได้อย่างเต็มอิ่มสักที!ในขณะที่เคลิ้มหลับอยู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธองัวเงียหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความรำคาญเล็กน้อย ก่อนซุกตัวใต้ผ้าห่มอีกครั้งแต่เหมือนว่าเสียงโทรศัพท์จะเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด“อ๊าก…” เธอลุกขึ้นมาจากที่นอน ก่อนจะยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์ที่อยู่บนหัวนอนเธอจับพลัดจับผลูใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์กดรับอย่างเย็นเยือก ก่อนจะเอาโทรศัพท์มาแนบหู“ฮัลโหล?”“อันอีหาน!เธอสะดวกออกมาสักแป๊บได้ไหม?” ฉีเซิงเทียนเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินที่นั่งสงบนิ่งอยู่ข้าง ๆ “จิ่งเป่ยเฉินเขาเมาอยู่ ฉันไม่รู้จะทำยังไง”เธอรู้ว่าจิ่งเป่ยเฉินต้องมีเล่ห์เหลี่ยมแน่ ๆ เขาดื่มจนเมาแบบนี้ หากฉีเซิงเทียนเองยังไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง เธอก็หมดปัญญาส่วนเ