ะสามารถวางใจได้จริง ๆ งั้นเหรอหึ โอวหยางลี่นี่ช่างเจ้าเล่ห์จริง ๆ จิตใจก็คับแคบ ใช้ประโยชน์เสร็จแล้วก็ทอดทิ้ง หรือจะให้สกุลเหลียวเดินตามรอยสกุลอัน? หรือว่าตอนนี้เหลือเพียงแค่เปลือกนอกที่ว่างเปล่ากันแน่ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมื่อใกล้เวลาที่ต้องไปรับหยางหยางกับหน่วนหน่วน เธอจึงรีบเคลียร์ข้าวของบนโต๊ะและรีบลุกออกจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว“อันอีหาน! นั่นเธอจะไปไหน?” ฉิวซีปรากฏตัวขึ้น พลางมองไปที่กระเป๋าของเธอและพูดขึ้นอีกว่า “จะกลับเร็ว?”“หัวหน้าทีมฉิว ถ้าหากฉันจำไม่ผิดละก็ ที่บริษัทจิ่งฝ่ายแผนกวางแผนมีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น ถ้าหากหัวหน้าฉิวไม่เข้าใจความหมายพวกนี้สามารถไปสอบถามกับฝ่ายบุคคลได้นะ ฉันขอตัวก่อน” เธอพูดเสร็จก็รีบเดินผ่านฉิวซีออกจากแผนกวางแผนไปในทันทีฉิวซีหันหน้าไปมองด้านหลังของเธออย่างโกรธเคือง ยัยนี่คิดว่าตัวเองเป็นใคร ทำไมถึงทำตัวหยิ่งยโสโอหังขนาดนี้?คำนวณอยู่หลายพันครั้ง อันโหรวก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะพบกับจิ่งเป่ยเฉินโดยบังเอิญอีกครั้งที่หน้าประตูบริษัท ก่อนจะออกไปก็ถูกจับได้ซะแล้วจิ่งเป่ยเฉินกำลังเดินเข้ามา ชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ผูกเนกไทอย่างเรียบร้อยล้วนส่งผลให้ตัวของเขาดูหล่อเข้ม ลึกลับ และดูสงบนิ่งเคร่งขรึมก้าวแต่ละก้าวที่เดินมานั้นดูสง่างาม เผยให้เห็นถึงไอเย็นที่ดูมีจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและทะนงตัว“อันอีหาน ตอนคุณอยู่กับพวก TE ที่ต่างปร