เฉินก็เห็นว่าผิวสีของเธอตรงคอและข้อมือมันดูต่างกัน เธอจึงให้ความใส่ใจตรงคอเป็นพิเศษชนิดที่ว่าไม่มีทางจะรู้ได้แน่ เพราะช่วงนั้นเธอทาด้วยตลับแป้งออกเชดสีเหลืองขี้ผึ้งหน่อย ๆหลังจากที่กลับมาถึงบริษัท อันโหรวก็นั่งอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ และเปิดดูภาพที่ตากล้องเพิ่งส่งมาให้ นอกเหนือจากเรื่องแรกแล้ว เรื่องส่วนอื่นเธอรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักเพราะถ้าหากเธอไม่ได้รับการช่วยเหลือจากจิ่งเป่ยเฉิน มีหรือเธอจะถูกปล่อยออกมาง่าย ๆ แบบนี้“เฮ้อ…….” เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะกุมขมับตัวเองอย่างอดไม่ได้ ภายในหัวคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สตูดิโออยู่ตลอด ผู้หญิงที่ถูกทิ้งจากงานแต่งงานจะสามารถวางใจได้จริง ๆ งั้นเหรอหึ โอวหยางลี่นี่ช่างเจ้าเล่ห์จริง ๆ จิตใจก็คับแคบ ใช้ประโยชน์เสร็จแล้วก็ทอดทิ้ง หรือจะให้สกุลเหลียวเดินตามรอยสกุลอัน? หรือว่าตอนนี้เหลือเพียงแค่เปลือกนอกที่ว่างเปล่ากันแน่ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมื่อใกล้เวลาที่ต้องไปรับหยางหยางกับหน่วนหน่วน เธอจึงรีบเคลียร์ข้าวของบนโต๊ะและรีบลุกออกจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว“อันอีหาน! นั่นเธอจะไปไหน?” ฉิวซีปรากฏตัวขึ้น พลางมองไปที่กระเป๋าของเธอและพูดขึ้นอีกว่า “จะกลับเร็ว?”“หัวหน้าทีมฉิว ถ้าหากฉันจำไม่ผิดละก็ ที่บริษัทจิ่งฝ่ายแผนกวางแผนมีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น ถ้าหากหัวหน้าฉิวไม่เข้าใจความหมายพวกนี้สามารถไปสอบถามกับฝ่ายบุคคลได้นะ ฉันขอตัวก่อน” เธอพูดเสร็