เขาพูดพร้อมกับสตาร์ทรถ ขยับมือจับไปที่พวงมาลัยอย่างแน่นและพูดอีกว่า “ขึ้นมา!”“ฉันปฏิเสธได้ไหมคะ?” เธอจับประตูรถแน่น ก่อนจะเอ่ยถามอย่างลังเลเธอไม่อยากขึ้นไปจริง ๆ“คุณคิดว่าไงล่ะ?” จิ่งเป่ยเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย การกระทำง่าย ๆ และท่าทางของเขานั้นล้วนเต็มไปด้วยภัยคุกคามเธอเข้าไปนั่งในรถอย่างไม่เต็มใจ ในขณะที่กำลังจะปิดประตูรถ เธอก็รู้สึกถึงอนาคตที่กำลังจะมืดมนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจิ่งเป่ยเฉินขับรถออกไปโดยจับจ้องสายตาไปข้างหน้า ก่อนจะเอ่ยปากถามว่า “ชื่อล่ะ?”“โรงเรียนอนุบาลสายรุ้งที่ถนนจื่อเหยียน” เธอไม่ได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลนักแต่ว่าจิ่งเป่ยเฉินรู้อยู่แล้ว เพราะนั่นเป็นโรงเรียนอนุบาลของถังซั่ว เช่นนั้นก็ดี หลังจากนี้ถ้าหากมีเรื่องอะไรก็สามารถให้ถังซั่วช่วยจัดการได้ง่าย ๆอันโหรวที่นั่งอยู่บนเบาะหนังสีน้ำตาลที่แสนนุ่มสบาย กลับรู้สึกราวกับนั่งอยู่บนเข็ม เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง วิวทิวทัศน์ค่อย ๆ เคลื่อนสับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เธอเอามือผสานกันไว้แน่น เหงื่อเริ่มไหลซึมออกมาทำยังไงดี ทำยังไงดี?ตอนนี้จะให้หลินจื่อเซี๋ยวออกมาช่วยก็สายเกินไปแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อจะส่งข้อความไปให้หยางหยางและหน่วนหน่วนออกจากที่นั่นไปก่อนที่เธอจะไปถึงในไม่ช้าก็คิดได้ว่าที่นั่นเป็นโรงเรียนอนุบาล อาจารย์คงไม่ปล่อยให้เด็กออกไปง่าย ๆ แน่ ถ้าหากไม่มีผู้ปกครองไปรับแต่เมื่อคิดจะลองส่งไปดู เธอก็พบว่าโทรศัพท